Chat with us, powered by LiveChat

ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

ฟุตบอลโลก 2034

อาเซียนกับอุปสรรคสู่เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

อาเซียนกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณายื่นเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2034 จากการประชุมสุดยอดอาเซียน ในเดือน พ.ย. ปี 2019 ในฐานะไทยเป็นประธานอาเซียนตามวาระ ซึ่งแผนยื่นขอเป็นเจ้าภาพร่วมของอาเซียนมีทั้งเสียงตอบรับทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

เส้นทางสู่เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ไม่ง่ายอย่างที่คิด

เคียฟ สาเมธ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) ยินดีกับความพยายามของอาเซียน แต่ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ สเตรท ไทม์ส ของสิงคโปร์ รายงานว่า วินด์เซอร์ จอห์น เลขาธิการสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ยังสงสงอยู่ว่าแผนของอาเซียนจะจริงจังหรือไม่ ถึงแม้จะได้รับการหนุนหลังจากจานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA)

ฟุตบอลโลก

คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

ขณะที่ผลสำรวจของมติชน พบว่า ผู้ตอบกว่า 70% ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดยื่นเจ้าภาพฟุตบอลโลก โดยระบุว่ามีประเด็นอื่นที่ควรใส่ใจมากกว่า

ถึงแม้ว่าฟุตบอลจะเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้ และมีประวัติศาสตร์ขับเคี่ยวในด้านลูกหนังกันมานาน แต่รายงานของเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ หนังสือพิมพ์ฮ่องกง รายงานว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสนาม ทางด่วน สนามบิน และสถานีรถไฟ ไปจนถึงสร้างความสามัคคีกันภายในภูมิภาค เพื่อให้ได้รับการพิจารณาสำหรับฟุตบอลโลก

ต้องใช้งบหลักล้านล้าน

ทั้งนี้ แนวทางของฟีฟ่า ระบุว่า สนามสำหรับนัดเปิดการแข่งขัน และนัดชิงชนะเลิศจะต้องมีความจุอย่างน้อย 80,000 ที่นั่ง ส่วนสนามจัดรอบรองชนะเลิศต้องมีความจุ 60,000 ที่นั่ง และสนามในรอบก่อนหน้าต้องมีความจุอย่างน้อย 40,000 ที่นั่ง

เมื่อลองมาดูเรื่องสนามแข่งขันที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาเซียนมีสนามที่จุผู้ชมถึงหลัก 40,000 ที่นั่ง ทั้งหมด 20 สนาม แต่มีเพียง 2 สนามที่รองรับผู้ชมได้ถึง 80,000 ที่นั่ง คือสนามบูกิต จาลิล และชาห์ อลัม ของมาเลเซีย ขณะที่บรูไน ลาว และฟิลิปปินส์ ไม่มีสนามที่ผ่านเกณฑ์ของฟีฟ่า

word-cup-2034

เจรฟฟรีย์ โลว อดีตผู้สื่อข่าวกีฬาดังของสิงคโปร์ กล่าวว่า อาเซียนยังไม่พร้อมสำหรับฟุตบอลโลก เพราะไม่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานดีพอ ต่างกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งมีระบบขนส่งที่ดี และมีสนามแข่งขันพร้อม

ลองเทียบกับกาตาร์ เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2002 ว่าต้องลงทุนเท่าไรสำหรับการจัดฟุตบอลโลก

เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า กาตาร์จะใช้งบประมาณราว 2 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.06 ล้านล้านบาท) สำหรับการพัฒนาระบบการขนส่งมวลชน ไปจนถึงสร้างภนน และสนามบิน แซงงบประมาณของรัสเซีย (1.42 หมื่นล้านดอลลาร์) ขึ้นเป็นฟุตบอลโลกที่ใช้งบจัดแพงที่สุดไปแล้ว

มาร์ก ลิม อดีตบรรณาธิการข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ส กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่อาเซียนจะลงทุนกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้เหมือนกาตาร์

จากปัจจัยด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน และเงินทุน คงพอเห็นแล้วว่าอุปสรรคชิ้นใหญ่ของอาเซียนในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 มีอะไรบ้าง ยังไม่นับรวมกับปัจจัยด้านการเมือง เช่น ปัญหาการเมืองไม่นิ่ง และการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเรื่องนี้ก็กระทบกาตาร์อยู่เหมือนกัน