ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

วงการฟุตบอล

วงการฟุตบอล 2020/21 จะเป็นฤดูกาลที่แปลกประหลาดที่สุด

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 1,232 คนเข้าชม

วาระการประชุมเรื่องการกลับมาลงเตะ พรีเมียร์ลีก 8 มิถุนายนยังเป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงกันต่อไป อีกครั้งที่เราคงต้องย้ำว่าการแพร่ระบาดของ โคโรน่าไวรัสทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม และอาจเป็นฤดูกาลที่ไม่เหมือนอย่างที่เคยมีมา ยุคสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง การแข่งขันไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะการสู้รบระหว่างมนุษย์ แต่การสู้รบการเชื้อไวรัส ที่ยากจะมองเห็นทำให้เราต้องเฝ้าระวัง เป็นไปได้บนพื้นฐานความปลอดภัย วงการฟุตบอล ในตอนนี้ถือว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว

วงการฟุตบอล

โอลิมปิก ลียง อยู่ระหว่างประท้วงการตัดจบ ลีก เอิง ขณะที่อยู่อันดับ 7 มี 40 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 28 คะแนน โอกาสคว้าแชมป์ถือว่าเป็นไปได้ยากใน 10 นัดที่เหลือ แต่ตามหลัง แรนส์ อันดับ 3 พื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก 10 คะแนน ด้วยความเชื่อว่าหากยังเตะต่อก็มีโอกาสไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรปในฤดูกาลถัดไป

การประกาศยกเลิก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ทำให้เกิดความกังวลว่า พรีเมียร์ลีก จะยังไปต่อหรือไม่ จะมีการยกแชมป์ให้ใครหรือเปล่า เนื่องจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยังได้แชมป์ทั้งที่เตะไม่จบ จนตอนนี้ โอลิมปิก ลียง กำลังยื่นเรื่องฟ้องร้อง ส่วน เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ ที่เคาะให้จบลงแล้วก็อาจมีการกลับคำตัดสิน เพราะยังมีทีมที่เสียประโยชน์ แต่สำหรับความเห็นของสโมสรในอังกฤษยังไม่แตก และยังยึดมั่นกับการเดินหน้า 92 เกมที่เหลือ ถึงอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ก็คือ ไม่ว่าซีซั่นที่ยังไม่จบจะเป็นอย่างไร ฤดูกาลที่รออยู่ก็จะไม่เหมือนเดิม

พรีเมียร์ลีก 22-23 ทีม

การขยายลีกจะเกิดขึ้น เนื่องจาก อีเอฟแอล ในระดับล่างยืนยันแล้วว่าจะมีเพลย์ออฟเลื่อนชั้น ขณะที่ลีกสูงสุดก็คิดเผื่อเอาไว้ว่า ถ้าทุกอย่างไม่จบลงก็คงไม่มีทีมตกชั้น เพื่อความพึงพอใจของทีมที่กำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อความอยู่รอด เช่นนั้นทำให้เป็นไปได้ว่า อาจมี 22 หรือ 23 ทีมในซีซั่นหน้า แต่ละทีมจะมีโปรแกรมเพิ่มรวมทั้งฤดูกาล 42 หรือ 44 เกม แต่ก็อีกเช่นกัน เมื่อมีทีมมากขึ้น เพื่อปรับให้ฤดูกาล 2021/22 กลับสู่สภาพเดิม เราอาจเห็นการตกชั้นมากถึง 5 ทีม

2

ฤดูกาล 1994/95 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คว้าแชมป์ คริสตัล พาเลซ, นอริช, เลสเตอร์ และ อิปสวิช เป็น 4 ทีมที่ตกชั้น และมีทีมจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิก เลื่อนขึ้นมา 2 ทีม เพื่อปรับลด พรีเมียร์ลีก เหลือ 20 ทีม

แฟนบอลที่อายุเกิน 30 ปีคงไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เนื่องจากในครั้งแรกที่ พรีเมียร์ลีก เปลี่ยนระบบมาจากดิวิชั่น 1 ก็มีทีมมากถึง 22 ทีม แต่มาปรับลดเหลือ 20 ทีม เป็นเพียงสิ่งที่ไม่ได้เจอนาน ก็ได้กลับมาเจอกัน และเพราะเกมฟุตบอลถ้วยในประเทศอาจลดลง เกมลีกจะมาเติมเต็มส่วนที่หายไป

พัก ลีก คัพ

ฟังดูเหมือนจะเป็นข่าวดี เรื่องที่ถกเถียงกันมานานว่า ยุบ ลีก คัพ ที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า คาราบาว คัพ ไปรวมกับ เอฟเอ คัพ ได้หรือเปล่า เปลี่ยนระบบการแข่งขันบ้างดีไหม อย่างที่ อิตาลี สเปน เขาทำกัน มีบอลถ้วยแค่รายการเดียว ตัดปัญหาเรื่องความเหนื่อยล้า แต่ใจเย็นๆ และฟังให้ดี นี่ไม่ใช่การยุบรวมอย่างถาวร เพียงแค่พักไป 1 ฤดูกาลเท่านั้น

3

คาราบาว คัพ 2019/20 จบลงที่แชมป์ของ แมนฯ ซิตี้ รายการนี้จำกัดทีมเข้าร่วม เฉพาะทีมอาชีพใน 4 ดิวิชั่นบนสุดเท่านั้น

ที่ ลีก คัพ สามารถพักไปได้อย่างสงบ อย่างแรกเป็นเพราะมันจบลงอย่างราบรื่นก่อนโดนไวรัสเล่นงาน และศักดิ์ศรีของรายการนี้ในปัจจุบันถือว่าด้อยกว่า เอฟเอ คัพ ที่เรามักจะได้ยินคำโปรยว่า รายการฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ดังนั้นหากต้องเลือกสักอย่าง ก็คงเป็นการคงไว้ของ เอฟเอ คัพ แต่ ลีก คัพ จะกลับมาในปี 2021 หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจนัก

เตะ แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลปกติ

ว่ากันตามตรง แม้กระทั่ง ยูฟ่า ก็ยังไม่รู้ว่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก ที่ยังเหลืออยู่จะเริ่มเตะต่อเมื่อไร เบื้องต้นคือขอความร่วมมือให้แต่ละลีกรวบจบหรือจบลงโดยเร็วที่สุดไม่เกินสิ้นเดือนกรกฎาคม หลังจากที่สถานการณ์ผ่อนคลายลง ความเป็นไปได้ตอนนี้ก็คือ กลับมาเตะเกมลีก สำหรับลีกที่ยังไม่ยอมตัดจบ และบอลถ้วยยุโรปเป็นไปได้ที่จะกลับมาต้นเดือนสิงหาคม ใช้เวลา 1 เดือนได้แชมป์ และจากนั้นไม่เกิน 2-3 สัปดาห์รายการยุโรปก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่การเปิดซีซั่นใหม่ในแต่ละประเทศยังไม่รู้จะเริ่มต้นกันในสภาพไหน

สนามปิด

4

ฟุตบอลที่ไม่มีผู้ชมจะเริ่มต้นและดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2021 หรือจนกว่าจะค้นพบวัคซีนรักษาโคโรน่าไวรัส

รัฐบาลอังกฤษส่งสัญญาณมาแล้วว่าอาจมีมาตรการผ่อนคลายการล็อคดาวน์ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจพังทลาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้คนจะออกมาใช้ชีวิตปกติเหมือนก่อนเกิดโรคระบาด อย่างน้อยการชุมนุมหรือการรวมกลุ่มของผู้คนที่สนามกีฬาก็คงไม่เกิดขึ้น ฤดูกาลที่เหลืออีก 92 เกมเกิดขึ้นในสนามปิดแน่นอน และฤดูกาลใหม่ก็คงต้องเตะกันโดยไม่มีผู้ชมและบรรยากาศครึกครื้นไปจนถึงต้นปี 2021

อิตาลี, สเปน, เยอรมนี ที่ยังไม่ยกเลิกลีกในประเทศก็จะเผชิญสภาพเดียวกัน อิตาลีเตะในสนามปิดไปก่อนใครเพื่อน และเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง อตาลันต้า – เซบีย่า ยังเป็นผู้ร้ายที่ใครก็หาว่าเป็นซูเปอร์สเปรเดอร์ แพร่กระชายไวรัสระหว่างสองประเทศด้วย สถานการณ์อาจเป็นเช่นนี้ไปจนกว่าโลกจะค้นพบวัคซีน

สนามกลาง

หนึ่งในผลการประชุมล่าสุดของ พรีเมียร์ลีก คือเกมที่เหลือทั้ง 92 นัดจะไม่ลงเตะแบบเหย้าเยือนเหมือนที่เคย แต่จะเลือกสนามกลางทั้งหมด 8 แห่งเป็นศูนย์ เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัย ควบคุมได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่การซ้อมของแต่ละทีมยังเป็นไปที่สนามซ้อมส่วนตัว ด้วยความมั่นใจว่าตอนนี้ทุกทีมพยายามควบคุมสภาพแวดล้อมสูงสุด ว่ากันว่าทุกสโมสรกำลังเร่งหาซื้อหน้ากากอนามัยจำนวนมากเพื่อบุคลากรของตัวเอง

ระหว่างเกม บรรยากาศต่างๆ จะได้รับการควบคุมอย่างดี ผู้เล่นควรทำอะไร เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไร และการจับมือก่อนเกมจะไม่เกิดขึ้น ด้วยกติกาเดียวกันนี้ไปถึงฤดูกาลหน้า จะสุดสิ้นเมื่อไรก็ตามความเหมาะสมของสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส

ประสบการณ์ใหม่ในการรับชม

5

การชมภาพยนตร์ในที่จอดรถเป็นที่เราเห็นได้บ่อยๆ แต่การชมเกมจากหน้าจอแบบนี้อาจไม่ต่างอะไรจากการชมที่บ้าน เพราะผู้คนพาตัวเองเข้าสนามก็เพื่อซึมซับบรรยากาศ

การชมเกมถ่ายทอดสดในระบบต่างๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายค่ายมีแอพพลิเคชั่นสำหรับแฟนๆ โดยเฉพาะแฟนต่างชาติก็ใช้ช่องทางชมเกมเหล่านี้เป็นประจำ ใครเคยดูเกมในสนามปิดก็จะรู้สึกว่ามันเงียบเหงาไปสักหน่อย ซึ่ง สกาย และ บีที 2 สื่อดังของอังกฤษบอกว่าจะทำการยิงซีจีภาพผู้ชมในสนาม และจะมีปุ่มเพิ่มเสียงผู้ชมให้เลือกเป็นฟังก์ชั่นสำหรับแฟนๆ ที่กลัวเหงา ขณะที่เยอรมนี โบรุสเซีย พาร์ค ของ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แฟนๆ ออกเงินทำคัตเอาท์ของตัวเองไปวางไว้ในสนาม

มากกว่านั้นคือฟีเจอร์การรับชมแบบปาร์ตี้ หรือการชมพร้อมกับเพื่อนๆ ในบ้านของตัวเอง ที่ไม่รู้ว่าจะออกมาสภาพไหน ก็ถือว่าน่าสนใจ เคยมีคำแนะนำให้ พรีเมียร์ลีก ผลิตแอพพลิเคชั่นหรือช่องทางสตรีมเป็นของตัวเอง เพราะรายได้ก้อนใหญ่ที่คาดคะเนแล้วสามารถสร้างช่องสตรีมแข่งกับค่ายภาพยนตร์ได้เลย

ไอเดียใหม่ล่าสุดก็คือ การชมเกมแบบ ไดร์ฟอิน ให้คิดถึงยุค 80 ที่สหรัฐ ขับรถไปจอด เปิดหลังคารถออกมาชมภาพยนตร์ในช่องจอดรถของเรา ค่อนข้างจะย้อนยุค แต่อย่างน้อยก็ได้ยินเสียงเฮฮาจากคนที่อยู่รอบตัว สำหรับแฟนๆ ท้องถิ่นที่ยังภักดีและอยากไปดูเกมที่น่าจะใกล้เคียงกับการเข้าสนามมากที่สุด ซึ่ง มิดทีแลนด์ ทีมในเดนมาร์กก็พยายามทำแบบนั้นและกำลังวางแผนติดตั้งจอขนาดใหญ่ในที่จอดรถของสนาม และน่าจะตีช่องจอดตามนโยบาย Social Distancing เว้นระยะห่างทางสังคม

ตลาดซื้อขายที่น่าประหลาดใจ

6

เอ็มบัปเป้ ย้ายจาก โมนาโก ไป ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วย ราคา 145 ล้านยูโร (5,365 ล้านบาท) มูลค่าเคยขยับขึ้นไปแตะ 200 ล้านยูโร (7,400 ล้านบาท) แต่ด้วยวิกฤตการเงินทั่วโลก มูลค่าจึงลดลง ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข่าวว่า เรอัล มาดริด ต้องการตัว แต่จะจ่ายได้เท่าไรยังไม่แน่ชัด

การหยุดการแข่งขันชั่วคราวอย่างไม่รู้จุดสิ้นสุดค่อยๆ กัดกินระบบการเงินของสโมสรอย่างช้าๆ ไม่มีรายได้เข้ามา และไม่รู้ต้องเผชิญสภาพนี้ไปอีกนานเท่าไร หลายทีมไม่จ่ายค่าจ้างให้กับสตาฟฟ์ที่มีรายรับเป็นรายวันตามโปรแกรมเตะ เพราะเมื่อไม่มีเกมก็ไม่มีการจ้างงาน แต่รายจ่ายอื่นๆ เช่นค่าจ้างนักเตะ หรือค่าดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกยังเป็นรายจ่ายประจำ ดังนั้นเมื่อขาดสภาพคล่อง การทุ่มซื้อนักเตะราคาสูงจึงจะไม่เกิดขึ้น

เราเคยคิดกันเล่นๆ ว่าคงหมดยุคนักเตะหลักร้อยล้านยูโร หรือร้อยล้านปอนด์ แม้อาจเหลือแข้งฝีเท้าพระกาฬไม่กี่คนแต่ก็คงมีน้อยทีมที่จะมีกำลังจ่าย และต้องคิดเผื่อค่าจ้างด้วย ดังนั้นก็เป็นไปได้ที่จะเห็นการแลกตัวกัน มากกว่าการซื้อมาขายไปจ่ายเงินสดหรือเงินเชื่อ เพราะสภาวะการเงินของหลายทีมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์น่าจะอยู่ในสถานะงดเชื่อเบื่อทวง

ข่าวลือที่เห็นได้ล่าสุด ปอล ป็อกบา มีราคาลดลง จากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยซื้อมา 89 ล้านปอนด์ (3,560 ล้านบาท) เรอัล มาดริด กำลังเจรจาขอซื้อ 70 ล้านปอนด์ (2,800 ล้านบาท) ขณะที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ หนึ่งในแข้งที่ค่าตัวน่าจะรักษาระดับร้อยล้านปอนด์ไว้ได้ มีข่าวบ้าง แต่ลดลงไปมาก และไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่า ถ้าเขาจะย้ายจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะมีใครกล้าจ่ายให้เท่าไร

การพัก ลีก คัพ เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอังกฤษ สำหรับอิตาลี สเปน หรือ เยอรมนี อาจมีการเปลี่ยนกฎเล็กๆ น้อยๆ ในรายการบอลถ้วย หรือการเพิ่มทีมก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อเยอรมนีเตรียมกลับมาเปิดลีกเป็นตัวอย่าง หากอังกฤษตามมาพร้อมกับทฤษฎีใหม่ๆ อื่นๆ ก็เป็นไปได้ที่ประเทศอื่นๆ จะเดินตาม เป็นไปอย่าง ยูฟ่า บอกเอาไว้ว่า ตามความเหมาะสมทางการกีฬาและมติของแต่ละประเทศ ทุกที่อาจไม่เหมือนกันในทุกรายละเอียด ยิ่งทำให้ฤดูกาลที่จะไปต่อและฤดูกาลใหม่ ทั้งน่าติดตามด้วยความแปลกใจและแปลกประหลาดไปพร้อมๆ กัน

สนใจอ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมไดที่นี่ พร้อมอ่านบทความสอนแทงบอลอย่างละเอียดและวิธีแทงบอลราคาต่างๆ เพื่อการแทงบอลอย่างมีประสิทธิภาพ