ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

joe hart

โจ ฮาร์ท ขึ้นก็ขึ้นให้สุด ร่วงก็ร่วงให้สุด

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 249 คนเข้าชม

ชีวิตนักฟุตบอลบางครั้งมันก็ไม่มีอะไรแน่นอน ยิ่งได้มารู้จักชีวิตของโจ ฮาร์ท อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษผู้นี้แล้วล่ะก็ มีเรื่องราวผันผวนชวนตื่นเต้นตลอดเวลา เขาก้าวสู่จุดสูงสุด ทั้งการเป็นมือหนึ่งทีมชาติและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับต้นสังกัด ก่อนที่ปัจจุบัน จะกลายเป็นนายทวารไร้สังกัดอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งจุดตกต่ำของเขาใช้เวลาน้อยนิดเท่านั้นก็ร่วงลงทะลุพื้นดินไปเลย

 

ฮาร์ท เริ่มเล่นฟุตบอลระดับอาชีพตั้งแต่อายุ 15 ปี ซึ่งเขาเกิดที่ชูร์วสบิวรี่ และที่นั่นคือสโมสรแรกของเขาทั้งในระดับเยาวชนและระดับอาชีพ จนกระทั่งปี 2006 เขาก็ได้ย้ายมาร่วมชายคาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะประตูดาวรุ่งผู้เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติพิเศษมากมาย แต่ในขณะนั้น เขาเพิ่งจะอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น จึงถูกส่งตัวไปหาประสบการณ์กับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส และ แบล็คพูล

โจ ฮาร์ท

 

 

จนกระทั่ง สเวน โกรัน อีริคสัน นายใหญ่เรือใบสีฟ้าขณะนั้น ไม่พอใจฟอร์มการเล่นของ อันเดรียส อิซัคซั่น นายประตูทีมชาติสวีเดน ที่มีส่วนผิดพลาด ทำให้เขามอบโอกาสการเป็นมือหนึ่งให้กับ โจ ฮาร์ท ลงเล่น และเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี แต่ก็มาถึงช่วงพลิกผันอีกครั้ง เมื่อทีมไปคว้าตัว เชย์ กิฟเว่น ประตูประสบการณ์สูงทีมชาติไอร์แลนด์เข้ามา ทำให้เขาต้องตกไปเป็นตัวสำรองอีกครั้ง

 

คราวนี้เขาจึงถูกปล่อยตัวไปเป็นประตูของ เบอร์มิงแฮม อีกหนึ่งฤดูกาล ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวทีมก็คว้าตัว สจ๊วร์ต เทย์เลอร์ นายทวารฝีมือดีจากแอสตัน วิลล่า มาอีกคน แต่ช่วงเวลาที่เบอร์มิงแฮม ฮาร์ท ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม จนมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2010 จากนั้น เขาก็หวนคืนสู่ทีมในฐานะประตูมือหนึ่งของทีมอย่างยอดเยี่ยม ซึ่ง โรแบร์โต้ มันชินี่ นายใหญ่ของทีม ดูเหมือนจะพอใจในฝีไม้ลายมือการเฝ้าเสาของเขาเป็นอย่างมาก

โจ ฮาร์ท 1

 

เขาสามารถยืนระยะการเป็นนายทวารมือหนึ่งของทีมมาโดยตลอด และตลอดระยะเวลาการเฝ้าเสาให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาสามารถคว้ารางวัลถุงมือทองคำมาครองได้ถึง 4 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติร่วมสูงสุดเท่ากับ ปีเตอร์ เช็ก เลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า ชะตาฟ้าเริ่มจะกลั่นแกล้งเขาอีกครั้ง เพราะนายใหญ่คนใหม่อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่โปรดฝีมือของเขาซะแล้ว เพราะเริ่มมีความผิดพลาดให้เห็น ทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งมือหนึ่งของทีม

 

หายนะจริงๆ ของเขาเริ่มต้นในฤดูกาล 2016-17 ฟอร์มการเล่นที่หลุดทะเล มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จนเป๊ป เริ่มจะหมดความอดทน และไม่มอบโอกาสให้เขาอีก ทำให้เขาถูกส่งตัวไปให้กับ โตริโน่ ยืมไปใช้งานที่อิตาลี เพราะตอนนั้น เขาแทบจะหมดอนาคตในถิ่นเอติฮัทไปแล้ว และที่ดินแดนมักกะโรนี ฟอร์มที่ย่ำแย่ของเขา ดันตามติดตัวไปด้วย ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นที่นั่นเช่นกัน ซึ่งตลอดฤดูกาลนั้น โตริโน่ เสียไปถึง 66 ประตู และ ฮาร์ท เก็บได้แค่ 5 คลีนชีต ทำให้ทีมกระทิงหินปฏิเสธที่จะซื้อขาดเขาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฮาร์ท

 

เมื่อกลับมาสู่อังกฤษ ที่ว่างสำหรับเขาก็ยังไม่มี ทำให้ โดนปล่อยตัวยืมให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเขาก็หวังว่าจะเป็นที่ทำให้เขากลับมาเรียกความมั่นใจให้ได้อีกครั้ง แต่สามนัดแรกของการเปิดตัวกับทีมขุนค้อน ฮาร์ทเสียไปถึง 10 ประตู ทำให้ที่สุดแล้ว อาเดรียน ก็มายึดตำแหน่งตัวจริงไปจากเขาจนได้

 

ในที่สุด เขาก็ต้องเก็บข้าวของย้ายอย่างถาวรไปอยู่กับเบิร์นลีย์ แต่ที่แห่งใหม่นี้ ก็ไม่มีที่ว่างตัวจริงให้กับเขา เขาเป็นเพียงแค่ประตูตัวสำรองที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น จนปัจจุบัน เขากับเบิร์นลีย์ แยกทางกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทำให้ ฮาร์ท ตกอยู่ในสถานการณ์ไร้สังกัดอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ฮาร์ท มีสถิติการติดทีมชาติอังกฤษสูงถึง 75 นัด แถมยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาเพียง 3 ปีกว่า มันจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งที่ปัจจุบันอายุเพียง 33 ปีเท่านั้น โอกาสการเล่นในลีกสูงสุดดูเหมือนว่า เลือนรางหายไปทุกที เพราะส่วนหนึ่ง เมื่อเขาขาดความมั่นใจแล้ว ก็ไม่สามารถจะทำหน้าที่เฝ้าเสาให้ยอดเยี่ยมเหมือนที่เคยเป็นมาได้อีกเลย