ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

jordan-henderson

เส้นทางสายลูกหนัง ที่ต้องพิสูจน์ ของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 221 คนเข้าชม

หลังความสำเร็จของลิเวอร์พูล ที่ผงาดขึ้นครองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้อีกครั้งในรอบ 30 ปี สิ่งที่ตามมาเพียงช่วงข้ามคืนเห็นจะเป็น การคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าว ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ ยกรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้แก่ กัปตันหงส์แดง โดยมีคะแนนชนะ จอมทัพของแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ คงต้องบอกว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผ่านเรื่องราวที่เขาจะต้องใช้ฝีเท้าตัวเองเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้ทุกคนเห็นและยอมรับในความสามารถที่เขามีโดยแท้

 

การเริ่มต้นกับซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะได้รับโอกาสจากรอย คีน ทั้งที่วัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น เขาค่อยๆ สร้างความเก่งกาจของตัวเองขึ้นมาแบบไม่รีบร้อน และเขามองว่า การย้ายมาสู่ลิเวอร์พูลในปี 2011 ด้วยค่าตัวเวลานั้น 16 ล้านปอนด์ เป็นบันไดที่จะพาเขาสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างแท้นอน

 

แต่กว่าจะถึงวันนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่เหมาะสมมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ค่าตัวที่แพงเกินจริง หรือ สไตล์การเล่นที่ไม่มีอะไรที่เด่นชัด แม้แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคงวิจารณ์ท่าวิ่งของ เฮนเดอร์สัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ เฟอร์กี้ ตัดสินใจไม่เลือกเขาเข้าไปร่วมทัพปีศาจแดง แม้ว่าจะถูกคะยันคะยอจากสตีฟ บรูซ แค่ไหนก็ตาม

 

แม้ว่าเขาจะมีโอกาสได้ลงสนามมากเป็นพิเศษในช่วงแรกของแบรนดอน ร็อดเจอร์ส ที่เข้ามารับไม้ต่อจากเคนนี่ ดัลกลิช แค่ไหนก็ตาม แต่เขาก็ต้องเจอกับสิ่งที่มาทำร้ายความรู้สึก เมื่อรู้ว่า เจ้านายกำลังจะทำการแลกตัวเขากับ คลิ้นท์ เดมซีย์ จากฟูแล่ม แต่จุดนี้เป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะปฏิเสธการย้ายทีมในครั้งนั้น เขาตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะต้องก้าวขึ้นเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูลให้ได้

 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

เขาใช้ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นพลัง จนค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

 

จนที่สุดแล้ว แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ก็เริ่มจะรู้สึกถึงความสำคัญของเฮนโด้ ประกาศมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้เขาเพื่อแทนที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และทำให้เขารับรู้ได้ถึงการยอมรับ ที่เขาเริ่มพิสูจน์ให้กับคนในทีมเห็น แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกจากแฟนบอล ถึงความเหมาะสมในเรื่องนี้ก็ตาม

 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องอดทนกับการวิจารณ์เรื่องรูปแบบการเล่นของตัวเองเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายคนมองว่า ประสิทธิภาพจากตัว มิดฟิลด์รายนี้ มันง่ายและธรรมดามากเกินไป ไม่เพียงแต่แฟนบอลหงส์แดงอย่างเดียว เขายังโดนยี้ไปถึงทีมชาติอังกฤษ เพราะมองว่า ความสามารถของเฮนโด้ ไม่น่าจะดีพอใจการติดทีมชาติ

 

 เฮนเดอร์สัน

แต่การมาของเยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ผู้ให้โอกาสเสมอ นับเป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ เฮนโด้ รู้ได้เลยว่า กำลังจะไปทิศทางที่ถูกต้อง

 

คล็อปป์ รู้ว่า งานถนัดของ เฮนเดอร์สัน ดีที่สุดอยู่ที่ตรงจุดไหน เพียงแต่เขาไม่ได้ให้กัปตันทีมหงส์แดง เล่นในรูปแบบเดียว การรับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ เพิ่มเติมมา ก็สามารถเรียกหาความยอดเยี่ยมจากมิดฟิลด์รายนี้ได้เช่นกัน

 

จนกระทั่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ เริ่มจัดทัพผู้เล่นของตน ลงตัว และเริ่มฉายแววของการเป็นยอดทีมขึ้นมา การปรับบทบาทของกัปตันเฮนโด้ ก็เริ่มเด่นชัดขึ้น เพราะ คล็อปป์ เริ่มกลับไปให้เขา ทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัดที่สุด และผลจากการฝึกซ้อมและตั้งใจ ทำให้เขาโดดเด่นจนกลายเป็นนักเตะ ที่ทีมจะขาดไม่ได้

 

จอร์แดน

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เริ่มหายไป และแปรเปลี่ยนเป็นคำชื่นชม เสียงเหล่านี้ดังขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มได้รับการยอมรับในวงกว้าง

 

เพื่อนร่วมทีมของเขาทุกคนต่างรู้ดีและมีโอกาสสัมผัสเฮนโด้ อย่างใกล้ชิด ยอมรับว่า ภายในทีมหงส์แดง ทุกคนให้ความเคารพ กัปตันรายนี้เป็นอย่างมาก เหตุผลมันมีให้เห็น นั่นคือ ความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการซ้อม รวมถึงมีส่วนกระตุ้นทีมให้เกิดความฮึกเหิมและมีความเป็นหนึ่งอันเดียวกัน จนกระทั่งลิเวอร์พูล เริ่มกอบโกยความสำเร็จเข้าสู่ทีมได้แล้ว

 

ละครฉากสำคัญที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ทำในครั้งล่าสุด นั่นคือการชูถ้วยฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นับเป็นความภาคภูมิใจที่ตัวเขาได้รับ เพราะนี่คือถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จใบที่ 4 ที่เขารับหน้าที่เป็นผู้รับถ้วย และนี่ยังคือบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจ ที่เขาไม่เคยปริปากบ่น กับ แรงกดดันที่ถาโถมเข้าสู่ตัวเขา แต่เขาเลือกที่จะใช้ฟุตบอล เป็นทางออกและบอกกับทุกคนแทนว่า เขาเองมีดีมากพอที่จะกลายเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมได้เช่นกัน เพราะมาถึงตรงนี้ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธแล้วว่า เขาคือหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษยุคนี้เลยทีเดียว

 

ข่าวกีฬา น่าสนใจ