ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

jurgen-norbert-klopp

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้เสกแชมป์แรกให้ ลิเวอร์พูล ในรอบ 30 ปี

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 284 คนเข้าชม

เจอร์เก้น คล็อปป์

แน่นอนว่าการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ได้มีแค่การวางแท็กติก เพื่อลงสนามไปแข่งขันเท่านั้น แต่มันมีเรื่องของการทำงานที่อยู่นอกเหนือจากนั้น ทั้งการจัดการโครงสร้างต่างๆ ร่วมกับทีมผู้บริหาร ไปจนถึงการควบคุมวินัยของนักเตะด้วย

เราไปดูกันดีกว่าว่ามีสิ่งไหนบ้างที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือผู้นี้ได้วางรากฐานน จนสำเร็จมาจนถึงวันนี้

 

1.การซื้อขายผู้เล่น

ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์

นี่คือหนึ่งส่วนที่สำคัญสุดๆ สำหรับการพา ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งเลย นับตั้งแต่ คล็อปป์ ก้าวเข้ามาเป็นนายใหญ่ถิ่น แอนด์ฟิลด์ ทุกๆ ตัวที่เขากับ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ตัดสินใจดึงเข้าทีมมา มีน้อยมากที่จะไม่ประสบความสำเร็จ

 

นอกจากทีมงานเจรจา จะทำได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว คล็อปป์ เองก็เลือกคนที่เหมาะกับทีมของเขาอย่างแท้จริง ถ้าไล่รายชื่อกันออกมา ทุกๆ คนจะต้องยอมรับเลยว่าเขาและทีมงาน ทำได้สุดยอดมาก

 

ซาดิโอ มาเน่, จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม, โฌเอล มาติป, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ นี่เป็นวัตถุดิบสุดล้ำค่าของทีมเลย แม้แต่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นักเตะโนเนมที่ไปดึงมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ ตอนนี้กลายเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในลีกไปแล้ว

 

ความดื้อด้าน หรือจะเรียกว่าความมุ่งมั่น รักเดียวใจเดียวของ คล็อปป์ ดี แต่ที่แน่ๆ คือมันสามารถตอบโจทย์ ให้กับทัพ หงส์แดง ได้ นั่นคือการเข้ามาของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์

 

คล็อปป์ ต้องการเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เพื่อมาเสริมเกมรับ ซึ่งในช่วงซัมเมอร์ พวกเขาพยายามที่จะต่อราคาให้ลดลงมาหน่อย แต่สุดท้ายตลาดก็ปิดตัว ซึ่งทีมเองก็ไม่มองหาตัวเลือกอื่นๆ เลย ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นบรรดากูรู หรือพวกรุ่นพี่ที่เลิกเล่นไป ก็แนะนำให้ลองไปหาออพชั่นอื่นๆ ก็ได้

 

สุดท้ายทีมก็ได้กองหลังชาวดัชต์ เข้ามาอยู่ในทีมช่วงเดือนมกราคม และหลังจากนั้น เกมรับรั่วที่ขึ้นชื่อของ ลิเวอร์พูล ก็กลายเป็นทีมที่มีเกมรับดีที่สุดในอังกฤษทันที

 

ซีซั่นถัดมา จุดสุดท้ายที่ยังบอดคือผู้รักษาประตู ก็ไปทุ่มเงินคว้า อลิสซง เบคเกอร์ เข้ามาทันที และบั้นปลายฤดูกาล พวกเขาก็แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่แต้มเดียว และคว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 6

 

มันคือความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของทีมงานการซื้อผู้เล่น 11 ตัวจริงที่อยู่ในทีมตอนนี้ มีเพียงแค่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เท่านั้น ที่มาจากการซื้อตัวของ เบรนแด็น ร็อดเจอร์ส

 

ส่วนรายของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็เป็นดาวรุ่งของทีมที่ถูกดันขึ้นมา ซึ่งนักเตะที่ไม่ได้มาในยุคของ คล็อปป์ ต่างคนก็ต่างพัฒนาความสามารถขึ้นมากันทั้งหมด

 

2.ความเชื่อใจ และบารมี

ลิเวอร์พูล

ไม่ใช่แค่ในสนามนะครับ ที่เกเก้น เพรสซิ่ง นั้นทำงาน นอกสนามเองก็เช่นกัน นับตั้งแต่การเข้ามาของกุนซือชาวเยอรมัน พลังและเอเนอร์จี้ของเขา สามารถปลุกระดมทุกๆ คนที่มีเลือดเป็น ลิเวอร์พูล ให้มีความหวัง ที่ไม่ลมๆ แล้งๆ

 

ด้วยดีกรีการโค่นบัลลังก์ บาเยิร์น มิวนิค สไตล์การเล่นที่ดุดัน เน้นเกมเร็ว และเปิดเกมรุก ทำให้แฟนบอลรู้สึกฮึกเหิมมาก เมื่อทีมได้ประกาศว่าเขาจะเข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม

 

ตัวทีมเองก็เช่นกัน ตั้งแต่ คล็อปป์ ก้าวเข้ามา เรื่องราวภายในทีม จากที่ดูไปได้ไม่สวยนัก ยิ่งแข้งระดับตำนานอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ออกจากทีมไป ก็เหมือนทีมเพิ่งขาดเสาหลักกำลังใจของแฟนบอลไปด้วย

 

แต่เมื่อเขาได้ก้าวเข้ามา สิ่งต่างๆ ค่อยถูกจัดการไปทีละอย่าง เกมรุกที่ไม่เฉียบคม ก็ไฉไลขึ้นในทันที เกมรับก็ค่อยๆ แก้กันไป ทุกอย่างมันเป็นเพราะความเข้มข้นของ คล็อปป์ และบารมีของกุนซือผู้นี้

 

ปัญหาของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ถ้าเป็นในช่วงเวลาปกติ แฟนบอลก็คงจะออกอาการเซ็งไม่น้อย ที่สตาร์ตัวเก่งของทีมจะต้องออกไป แต่เมื่อมี คล็อปป์ อยู่ แฟนบอลก็ไม่ค่อยเสียดาย เพราะสุดท้ายแล้ว ทีมยังมีกุนซือรายนี้กุมบังเหียน

 

ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถือเป็นนักเตะที่ถูกแฟนบอลก่นด่ามากที่สุด ในเรื่องของความสามารถ แต่ คล็อปป์ ก็ยังเชื่อใจและให้ความไว้วางใจ จนสุดท้ายเขากำลังลุ้นที่จะเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2919-20

 

ทั้งหมดทั้งมวล มันคือบารมีของ คล็อปป์ ที่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับเหล่าแฟนบอล รวมถึงทีมบอร์ดบริหาร จนเขาได้คุมทีมมาจนประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน

 

ลองคิดดูว่าถ้าทีมที่ คล็อปป์ ทำมันทรงไม่ดี หรือถ้าเขาไปรับงานในทีมอย่าง เรอัล มาดริด เขาอาจจะถูกไล่ออกไปก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ หากไม่มีแชมป์ติดมือในช่วงปีสองปีแรก

 

3.การพัฒนาบุคลากร

โมน่า เนมเมอร์

เรื่องการพัฒนาในส่วนของสตาฟฟ์โค้ช ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งผลให้กับทีมมาจนถึงตอนนี้ การแก้ไขหลังบ้าน จากเซ็ตที่เป็นของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็กลายเป็นเรื่องเด่นที่ไม่ได้เปิดเผยออกมาในวงกว้างสักเท่าไหร่

 

ส่วนของฟิตเนสในทีม เราจะเห็นได้ชัดว่า ลิเวอร์พูล ไม่ได้มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บออกมารบกวน แม้ว่าจะมีบางคนที่ต้องพลาดการลงสนามเพราะเรื่องนั้น แต่โครงสร้างทีมนั้นยังอยู่ โดยเฉพาะผู้เล่นคีย์ในแต่ละตำแหน่ง

 

ทีมยังได้จ้าง โมน่า เนมเมอร์ หัวหน้าฝ่ายโภชนาการคนแรกของทีม มันเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในทีม เรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มันคือส่วนที่ช่วยให้ทีมนั้นประสบความสำเร็จ

 

นอกจากนั้นยังมีการแต่งตั้งโค้ชที่ชื่อว่า โธมัส โกรนเนอมาร์ค ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอน ที่เชี่ยวชาญในด้านการทุ่มบอลจากเส้นข้าง ดูสิว่า คล็อปป์ ละเอียดขนาดไหน สถิติก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าทีมมักจะได้บอลมาเล่นต่อเสมอๆ เมื่อทำการทุ่ม

 

ฟุตบอลในยุคปัจจุบัน เราจะเห็นว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ลูกทุ่ม กลายเป็นทีมตรงข้ามมากกว่า ที่มีโอกาสครองบอล การเข้าไปกดดันผู้เล่นที่รอรับลูก มันกลายเป็นเรื่องเสียเปรียบโดยปริยาย เพราะการทุ่มบอล นอกจากมันเดินทางช้าแล้ว นักเตะที่ได้ลูกทุ่มมา ต้องมานั่งแต่งบอลให้ลงพื้นอีก

 

4.การรับมือกับสื่ออังกฤษ

คล็อปป์  

ตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามาอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ ไม่เคยเลยสักครั้ง ที่จะเห็นเขาฟาดฟันกับสื่อด้วยถ้อยคำ เขาจัดการในส่วนนี้ได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

 

ไม่ได้จะบอกว่าใครดีใครไม่ดีนะครับ แต่ลองคิดดูว่าถ้า โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นกุนซือ ลิเวอร์พูล จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และมันจะส่งผลกระทบชิ่งมาหาทีมหรือไม่?

 

แต่นายใหญ่ “หงส์แดง” ไม่นำปัญหาเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในห้องแต่งตัว เวลาให้สัมภาษณ์ต่างๆ เขาจะใจเย็น และถ่อมตัวอยู่เสมอ สื่ออังกฤษที่ค่อนข้างจะแสบ ในเรื่องการปั่นประสาท แล้วหยิบคำพูดต่างๆ ไปเป็นประเด็น ยังทำอะไร คล็อปป์ ไม่ค่อยจะได้

 

มันยิ่งเป็นการไปสร้างบารมี และความสงบในการซ้อม ในห้องแต่งตัว นักเตะก็มุ่งมั่นอยู่แค่การซ้อมและลงแข่งขัน ยิ่งชนะ ก็ยิ่งมีความมั่นใจ บวกกับฝีมือที่มี ทีมไม่ต้องกดดันอะไรเลย แล้วสุดท้ายก็ทะลุเป็นแชมป์ได้อย่าวงสวยงาม

 

ข่าวฟุตบอลอื่นๆ