ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

liverpool-champion

ความสำเร็จที่ ลิเวอร์พูล ไม่อาจมองข้าม แชมป์ พรีเมียร์ลีก 2019/20

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 279 คนเข้าชม

ฟาน ไดจ์

ครองบอล

เทรนท์, ฟาน ไดจ์ และ โรเบิร์ตสัน เป็นนักเตะที่สัมผัสมากที่สุดในทุกเกมรวมกันของฤดูกาล พรีเมียร์ลีก 3,174 3,015 และ 2,676 ครั้ง

แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยเอ่ยปากชัดเจนว่าเขาจะครองบอลเพื่อครองเกม แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เราเห็นได้และรู้กันดี อาจไม่เคยมีคำพูดชัดเจนว่าเกมรับที่ดีที่สุดที่การบุก ไม่มีแม้กระทั่งคำเอ่ยว่ามีใครเป็นต้นแบบ หรือจะทำตามสไตล์ของใคร เพราะเขามีสไตล์ของตัวเอง แบบเฮฟวี่เมทัล และเมื่อเข้าฤดูหนาวในเดือนธันวาคม 2019 เป็นต้นมา หลังเกมวันที่ 7 ธันวาคมนัดที่พบกับ บอร์นมัธ การครองบอลแต่ละครั้งจะผ่านบอลได้ 2.33 ครั้ง จากการผ่านบอล 504 ครั้งต่อเกม

 

แต่จำนวนการผ่านบอลโดยรวมของพวกเขาเพิ่มเป็น 694 ครั้งตลอด 90 นาที เฉลี่ยค่าการผ่านบอล 3.38 ครั้ง ซึ่งมันคือแผนของ คล็อปป์ และพัฒนาการที่ดีขึ้น ไล่กินแดนคู่แข่งเข้าไปเรื่อยๆ ใช้เวลากับบอลให้มากขึ้น อดทนให้มากขึ้น จนได้ผลที่ต้องการ แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่การครองบอลของ คล็อปป์ ไม่ได้มาพร้อมการวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เพราะมีหลายจังหวะที่บอลอยู่กับเท้าแต่นักเตะก็ได้พักไปด้วย

 

เป็นไปได้ว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวมีการเปลี่ยนสไตล์เล็กน้อย โดยแผนนี้มี เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ เป็นตัวหลัก เพราะเขามักจะอยู่เป็นตัวสุดท้าย ตำแหน่งเซ็นเตอร์เห็นภาพกว้างที่จะไล่บีบเกมได้ดีกว่า และการไล่เกมริมเส้นอย่างที่คุยกันในครั้งก่อนก็ทำให้ ฟาน ไดจ์, เทรนท์ อเล็กซาน เดอร์ อาร์โนลด์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็น 3 นักเตะที่สัมผัสมากที่สุดในทุกเกมรวมกัน

 

โจเอล มาติป

จอมอึด

โจเอล มาติป เจออาการบาดเจ็บเล่นงาน หายหน้าจากเกม พรีเมียร์ลีก 13 นัด มากที่สุดในทีมชุดใหญ่ชุดนี้ รองลงมาคือ อลิสซอน, นาบี เกอิต้า และ ฟาบินโญ่ คนละ 8 เกม เจมส์ มิลเนอร์ 7 เกม

 

จำนวนเกมที่ ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญทุกรายการในฤดูกาลนี้ถือว่าสาหัส อย่างที่เห็นว่ามีปัญหาถึงกับต้องเอาทีมเยาวชนมาเล่นบอลถ้วยทั้ง ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ รีเพลย์ แถมยังมีนักเตะบาดเจ็บมากมาย และไม่ใช่คนเดียว แต่เจ็บพร้อมๆ กัน แต่ทีมยังมาได้เช่นนี้ คงไม่มีคำชมไหนจะดีไปกว่าการจัดการของ คล็อปป์ ที่ดี และนักเตะคีย์แมนส่วนมากสภาพร่างกายสมบูรณ์

 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พลาด 3 เกม, โม ซาลาห์ 3 เกม, ซาดิโอ มาเน่ 2 เกม และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน 1 เกม ส่วน คนที่ไม่ได้กล่าวถึงลงครบถ้วน ต่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไม่รู้ว่าโชคไม่ดีหรือตัวสำรองไม่เข้มข้น อายเมริค ลาปอร์ เจ็บยาวพลาด 19 เกม ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาด ปอล ป็อกบา ไปถึง 22 นัด เพิ่งกลับมาลงเล่นได้หลังช่วงเบรคโคโรน่าไวรัส แต่ก็ยังไม่เต็มเกมดี

 

อีกครั้งที่ต้องบอกว่า ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะการจัดการ แต่อย่างไรเล่า? อย่างที่บอกไป คล็อปป์ มีแผนและเคร่งครัดกับแผน การเดินทางไปเตะสโมสรโลกจนนักเตะเยาวชนได้มาเล่น ลีก คัพ นั่นอาจเป็นเรื่องเวลา แต่ เอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์เขายืนยันว่าลูกทีมต้องได้พัก การซ้อมก็เป็นไปตามโปรแกรม และการกินก็สำคัญ สถิติบอกว่า 3ฤดูกาลก่อนหน้า เปอร์เซ็นชนะอยู่ที่ 33 เท่านั้น แต่ 2 ซีซั่นล่าสุดเพิ่มขึ้นเท่าตัว เขาจับจุดได้แล้วว่าต้องทำเช่นไร เพื่อผลในระยะยาว

 

คราเวียซ

ตั้งแล้วต้องได้เตะ โดนตั้งต้องไม่เสีย

คราเวียซ เบื้องหลังความสำเร็จในการเก็บประตูจากลูกตั้งเตะ แต่เขาไม่ได้ทำงานคนเดียว มีทีมวิเคราะห์อยู่ด้วย

 

ปี 2018 สถิติการทำประตูจากลูกนิ่งของ ลิเวอร์พูล อยู่กลางตาราง ไม่แย่แต่ก็ไม่ดี นั่นอาจหมายความว่า เมื่อไรที่มีโอกาส พวกเขาอาจทำไม่ได้ทั้งหมด แต่ทำได้เพียงกึ่งเดียว ต้องเปลี่ยนแปลง และผู้ช่วยทั้งสอง เป๊ป ลินเดอร์ส และ ปีเตอร์ คราเวียซ ต้องช่วยแก้ไขจุดนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ปี 2019 ยิง 20 ประตูจากลูกนิ่ง มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก และเสีย 8 ประตูน้อยที่สุดเป็นที่ 2

 

ถัดมาในฤดูกาลปัจจุบันได้ประตูจากลูกตั้งเตะ 12 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ใน พรีเมียร์ลีก และเสียประตูจากลูกนิ่ง 5 ครั้ง น้อยที่สุดเป็นที่ 3 จนถึงตอนนี้

 

เกิดอะไรขึ้น? เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ยิงฟรีคิกใส่ เชลซี เป็นประตูชัยในเดือนกันยายน 2019 หรือการโหม่งของ ฟาน ไดจ์ ทั้งในเกมกับ ไบรตัน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมีอีกหลายๆ ครั้ง การส่งเซ็นเตอร์ทั้งสองเข้ามาทุกครั้งที่ได้เตะมุม และต้องส่งบอลให้เข้าหัว แบบที่ คล็อปป์ บอกว่า พอทำจนเคยชิน เกมต่อไปก็ทำได้ ตามที่ คราเวียซ ดูแลนั่นล่ะ

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยักษ์ผู้ฆ่ายักษ์

ฤดูกาลก่อน เกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ลิเวอร์พูล รู็ตัวว่าคงไม่ได้แชมป์ แต่ในซีซั่นนี้ เมื่อไม่พลาด พวกเขารู้ทันทีว่าเวลามาถึงแล้ว

 

อาจมีแฟนบอลเคยล้อเลียน ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมโรบินฮู้ด ปล้นทีมใหญ่ แจกแต้มทีมเล็ก สถิติที่เคยระบุว่าแพ้ทีมจากครึ่งตารางด้านล่างมากกว่าจะแพ้ภัยทีมท็อปด้วยกันในฤดูกาลก่อนๆ ไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว หรือแม้กระทั่งการผ่านความยากลำบากต่างๆ แบบจนเกือบที่สุด แต่ฮึบไม่ถึง ไปแพ้ในรอบชิงชนะเลิศทั้งที่เกิดขึ้นใน ยูโรปา ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะไม่ใช่ภาพที่เราเห็นอีกต่อไป

 

การเจอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังนับได้ว่าเป็นเกมใหญ่ เราเห็นถึงความระมัดระวัง น่าเสียดายที่ผลใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด จบแบบเสมอ 1-1 ซึ่งก็ต้องชมลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ทำได้ดีแบบผีเข้า แต่อีกครั้งหนึ่งเมื่อพลพรรค “ปิศาจแดง” มาเยือน แอนฟิลด์ คล็อปป์ เตรียมตัวมาใหม่ ยิงให้ได้ จบให้เร็ว แล้วตั้งรับ เน้นผลการแข่งขัน ไม่บ้าครองบอล ไม่ต้องสวยงาม ชนะแบบน่าเกลียดก็ได้ แต่มันก็ไม่น่าเกลียดเท่าไร

 

พวกเขาก็แค่ละทิ้งเกมสวยงามในบิ๊กแมตช์ไปบ้าง มีวินัยให้มากขึ้น อย่าให้แฟนๆ ตื่นเต้นจากผลการแข่งขัน มากนั้น และเป็นแชมป์ที่ได้รับการจดจำ แทนที่จะเป็นเพียงรองแชมป์

 

แมนฯ ซิตี้

ไม่หยุดพัฒนา

แมนฯ ซิตี้ ตั้งแถวปรบมือให้กับแชมป์รายล่าสุด แต่หลังจากนั้น มันกลายเป็นหนังคนละม้วน เป็นข้อเตือนใจว่า ลิเวอร์พูล จะเจอปัญหาใหม่ๆ และจะต้องไม่นิ่งนอนใจ

 

แม้เพิ่งคว้าแชมป์มาสดๆ ร้อนๆ แต่ ลิเวอร์พูลก็แฮงค์ โดนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อัดไป 4-0 ในเกมล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงกับหัวเสียเมื่อโดนถามเรื่องทัศนคตินักเตะ ก็แชมป์แล้ว จะเล่นอย่างไรก็ได้ นั่นคือสิ่งที่ต้องปรับ และเดินหน้า หาข้อบกพร่องที่ต้องพยายามอยู่เสมอ เพราะมีอีกหลายเกมที่ยังดีได้มากกว่านี้ มีอีกหลายเกมควรชนะได้สวยงามกว่านี้

 

พวกเขาดีขึ้นกว่าเมื่อปี 2015 ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่พลาดแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ยังมีการบ้านต้องแก้ไข ตัวสำรองคนละชั้นกับตัวจริง ทาคุมิ มินามิโนะ หรือ เยาวชนที่พยายามจะผลักดันก็ยังต้องพัฒนา และนักเตะที่มีทั้งความสามารถกับช่วงวัยหนุ่มอันอยากกระหายก็จะค่อยๆ อายุมากขึ้น ถึงตอนนั้น ปัญหาใหม่ก็จะตามมา

 

ไม่ต้องไปไหนไกล เพียงแค่ฤดูกาลนี้จบลง ฉลองแชมป์ ฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง ความกระหายที่จะเดินหน้าก็อาจจะลดลงกว่าตอนที่เจ็บปวดเพราะบทเรียนเดิมๆ รักษาสมดุลให้เหมือนเดิม จะทำอย่างไร กระตุ้นลูกทีมให้ท้าทายต่อไปได้แค่ไหน ยังมีใครที่ไม่ครบเครื่อง อยู่ระหว่างพัฒนาอีกบ้างแบบรายคน คล็อปป์ ไม่ใช่คนที่จะนั่งดูอยู่เฉยๆ แต่เขาจะเก็บรายละเอียด โดยไม่มองข้ามอะไรเลย ลองดู