ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

liverpool lost games

สิ่งที่ได้เห็น หลังเกมสะดุดเร็วของ ลิเวอร์พูล!

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

และแล้ว ลิเวอร์พูล ก็สะดุดแพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาลแล้วนะครับ หลังจากพลาดท่าพ่ายให้กับ แอสตัน วิลล่า ด้วยสกอร์มโหฬาร 2-7 ใครพลาดเกมนี้ไป ถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายนะครับ นานๆ ทีเราจะเห็นการยิงประตูกันถึง 9 ลูกในเกมเดียว เท่านั้นไม่พอ ยังเห็นข้อผิดพลาดของ “หงส์แดง” เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะเกมรับ

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ ขาด ซาดิโอ มาเน่ ที่ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เกมนี้เป็นการประเดิมสนามตัวจริงในลีกกับสีเสื้อใหม่ของ ดีโอโก้ โชต้า ส่วนผู้เล่นอื่นๆ ก็ยังใช้ตัวหลักลงสนาม ไม่ได้มีพลิกแพลงอะไรมากมาย นาบี เกอิต้า ได้ลงเล่นก่อน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม โดยมี ฟาบินโญ่ ยืนเป็นตัวเก็บกวาดก่อนแผงแบ็กโฟร์

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ก็ยังอยู่ประจำการต่อเนื่อง แผงแบ็กโฟร์ชุดเดิม มีปัญหาติดอยู่ก็ตรงที่ผู้รักษาประตู อลิสซง เบคเกอร์ ได้รับบาดเจ็บตอนซ้อม ทำให้ อาเดรียน ต้องลงเล่นแทน

 

ขณะที่ “สิงห์ผงาด” ใช้ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม จะมีสลับเอา แม็ตตี้ แคช แข้งรายใหม่ที่ซื้อเข้ามาจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่องทันทีในตำแหน่งแบ็กขวา

ใครจะคิดล่ะครับว่าทีมรับที่ดีที่สุดของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จะโดนล่อเป้าเกมเดียวถึง 7 ประตู และทีมที่ไม่แพ้ใครในซีซั่นที่แล้ว ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 28 กลับมาแพ้ตั้งแต่เกมที่ 3 ในซีซั่นนี้

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พวกเขากลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 1953 ที่เสียถึง 7 ประตูในฐานะที่เป็นแชมป์เก่า ทีมล่าสุดที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้คือ อาร์เซน่อล

และพวกเขายังเสีย 7 ประตูเป็นหนแรก นับตั้งแต่ฤดูกาล 1962-63 โดยในตอนนั้นพ่ายให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปด้วยสกอร์เดียวกัน 2-7

ที่มันมีเรื่องให้พูดถึงมากกว่านั้นคือก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง คู่รักคู่แค้นอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เพิ่งถูก สเปอร์ส ถล่มคาบ้านมา 1-6 เป็นหนแรกเลยที่ทั้งสองทีมโดนยิง 6 ประตูขึ้นไปในวันเดียวกัน

มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแชมป์เก่าถึงแพ้ได้มากมายขนาดนี้ นี่คือสิ่งที่ได้เห็นหลังจบเกม

 

1.พลาดทั้ง อาเดรียน และแผงหลัง

Adrian

 

นี่เป็นความผิดพลาดของ อาเดรียน ครั้งที่ 5 แล้วนะครับ จากการลงสนามแค่ 21 นัดให้กับ ลิเวอร์พูล จะไม่โทษเขาก็ไม่ได้ เพราะมันทำให้ทีมนั้นเสียประตูเร็วตั้งแต่ต้นเกม

การจ่ายบอลที่ไม่ตรง โจ โกเมซ ทำให้ แจ็ค กรีลิช เอาบอลไปได้ ก่อนจะจ่ายให้ โอลี่ย์ วัตกิ้นส์ ซัดเข้าไปง่ายๆ เจ้าถิ่นออกนำตั้งแต่นาทีที่ 4 ของการแข่งขัน

นอกจากที่ อาเดรียน จะก่อความผิดพลาดแล้ว แผงหลังเองก็เช่นกันนะครับ คือพอหลังจากที่ความผิดพลาดใหญ่โตแบบนั้นเกิดขึ้น มันก็ทำให้เกมรับของทีมนั้นเสียสมาธิพอสมควรเลยล่ะ

จากนั้นลูกสองก็ตามมา ความผิดพลาดทางฝั่งขวา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ยืนสูงทำให้ กรีลิช นั้นจ่ายบอลทะลุมาที่ วัตกิ้นส์ ได้ ไม่พอการดวลกันระหว่างกองหน้าจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว กลายเป็นโยกหลอกกองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษเสียผู้เสียคน

ประตูที่ 4 ของ วิลล่า ก็เป็นการเลินเล่อของแผงหลัง ในการรับมือลูกเซ็ตพีซ บอลถูกโยนมาจากฟรีคิกฝั่งขวา ลูกเลยไปเสาสอง มี เทรเซเก้ต์ รออยู่ ผู้เล่น ลิเวอร์พูล ไม่รู้คิดว่าล้ำหน้าหรือเปล่า แต่กลายเป็นวิ่งเหยาะๆ ลงมาเป็นแผง

เมื่อแข้งเพื่อนร่วมทีมชาติของ ซาล่าห์ ได้บอลก็ตบกลับเข้ากลางทันที ตรงเส้น 6 หลา มีผู้เล่น วิลล่า อยู่ถึง 3 คน สุดท้ายบอลมาถึงอดีตหัวหอก เบรนท์ฟอร์ด ซัดเข้าไปเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว

หลังจาก 4-1 ในครึ่งแรก มันก็กลายเป็นบอลสวนกลับที่หลุดเป็นว่าเล่น เนื่องจากทัพ “หงส์แดง” ต้องการประตูคืน และดันขึ้นไปสูง ก็จะเจอจ่ายบอลทะลุตั้งแต่ครึ่งสนามอยู่ตลอด

นี่เป็นอีกหนึ่งเกมนะครับ ที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้ เท่านั้นไม่พอ เกมรับพวกเขามีปัญหาถึงขั้นเสีย 7 ประตูแบบนี้ มันเป็นอะไรที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง

 

2.ฟาน ไดค์ เปลี่ยนไป

Virgil van Dijk

 

ไม่อยากจะอคติ หรือไปว่าร้ายอะไรกองหลังชาวดัชต์นะครับ แต่หลังๆ ที่สังเกตเห็นได้บ่อยครั้งคือความเป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีในตัวที่มากเกินของเขา นับตั้งแต่เจ้าตัวได้เข้าชิงรางวัล บัลลงดอร์ เมื่อปีก่อน หลังจากนั้นมาจะเห็นได้ว่า เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ดูมีการเล่นที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

แน่นอนว่าเรื่องเซนส์บอลของเขายังคงยอดเยี่ยมนะครับ แต่การเล่นแบบสมัยที่ย้ายมาใหม่ๆ น้อยลงไปจริงๆ เมื่อก่อนเขาจะก้มหน้าก้มตาเล่น มีสมาธิค่อนข้างสูงในเกม

หลังๆ มานี้ เริ่มที่จะงอแงฟ้องเอาฟาวล์มากขึ้น โดนดึงนิดหน่อยก็หยุดเล่น เพื่อจะเอาฟาวล์ แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ได้ฟาวล์กับเขาไปซะทุกครั้ง บางทีมันก็กลายเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

และยังมีการเดินเหยาะๆ อยู่บ่อยครั้ง ไม่ค่อยเข้า ไม่ค่อยชนเหมือนเมื่อก่อน บางที การปล่อยให้ โกเมซ นั้นเป็นตัวชนอยู่ฝ่ายเดียว มันก็อาจจะไม่พอ เพราะเมื่อแข้งชาวผู้ดีหลุดแล้ว เขาก็จะตามไปซ้อนไม่ทันอยู่บ่อยครั้ง

เท่านั้นไม่พอ เขาจะดูเพลิดเพลินกับเกมรุก ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นไปเล่นลูกตั้งเตะ, เติมเกมขึ้นแดนคู่แข่ง หรือจะเป็นการวางบอลให้เพื่อน มากจนเกินไปหน่อย จนทำให้วินัยเกมรับของตัวเอง และเพื่อนร่วมทีมด้อยประสิทธิภาพลง

 

3.คู่แข่งมีการทำการบ้าน

Villa

 

ในเกมนี้ วิลล่า ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสองทีมที่ทำสถิติชนะรวด ร่วมกับ เอฟเอร์ตัน เพียงแต่พวกเขานั้นลงเล่นน้อยกว่าหนึ่งนัด ทำให้ปัจจุบันมี 9 แต้ม เป็นรองจ่าฝูงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น

เราจะเห็น่วาที่ผ่านมา คู่แข่งไม่ค่อยมีมาตรการรับมือกับเกมบุกของ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่ แต่ในซีซั่นนี้ เกมที่ผ่านๆ มา เริ่มจะหยุดยั้งกันได้ดีขึ้น แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือการหาทางเจาะแนวรับ “หงส์แดง”

คือนอกจากแผงหลังของ ลิเวอร์พูล จะเล่นไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว เกมบุกของ วิลล่า เองก็เฉียบคม และเด็ดขาดมากขึ้น ในวันนี้ แจ็ค กรีลิช คือตัวปัญหาที่ทีมของ คล็อปป์ ไม่สามารถจัดการได้อย่างอยู่หมัด

การแย่งบอลของกัปตันทีม วิลล่า รวมถึงเล่ห์เหลี่ยมบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของ ลิเวอร์พูล นั้นสร้างปัญหาเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีการเก็บจังหวะสองจากบรรดากองหลางอย่าง จอห์น แม็คกิน และ ดั๊กลาส ลุยซ์ อีกด้วย

อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ วิลล่า มีเกมบุกที่ฉูดฉาดวันนี้คือการได้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ เข้ามาช่วย ด้วยการยืมตัวมาจาก เชลซี แน่นอนว่ามันช่วยยกระดับให้กับทีมอย่าง วิลล่า ได้ดีเลยทีเดียว

และจะสังเกตได้อีกว่า วิลล่า พยายามจะเจาะตรง เทรนท์ กับ โกเมซ โดยพยายามให้เกมบุกของตัวเองนั้นอยู่ห่างจาก ฟาน ไดค์ ให้มากที่สุดเช่นกัน ประตูที่เกิดขึ้น มาทาง กรีลิช แทบจะทั้งสิ้น

เอาตัวที่เกมรับอ่อนที่สุดในทีม มาดวลกับผู้เล่นเกมรุกที่ดีที่สุดของอีกทีม ผลมันก็ออกมาแบบนี้ล่ะครับ

 

4.บอลเป็นใจ (ไปทาง วิลล่า)

Peter Grealish

 

7 ประตูที่เจ้าถิ่นได้ 3 ลูกมาจากความผิดพลาดของ ลิเวอร์พูล หนึ่งลูกมาจากบอลสวนกลับ หลุดเดี่ยวไปยิงอย่างเหนือชั้นของ กรีลิช

ขณะที่อีก 3 ลูกของ บาร์คลี่ย, แม็คกินน์ และ กรีลิช อีกหนึ่งเม็ด มันดันเป็นการยิงบอลแฉลบเข้าประตูไปเสียทั้งหมด

ลูกยิงไกลขึ้นนำ 3-1 มันเป็นการซ้ำดาบสองจากบอลที่ออกมาหน้ากรอบเขตโทษ ลูกก็ดันไปโดนขาของ ฟาน ไดค์ เปลี่ยนทางเข้าไป

ลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษของ บาร์คลี่ย์ เองก็เช่นกัน ที่ลูกไปแฉลบ เทรนท์ ย้อยหนีมือ อาเดรียน เข้าประตู และลูก 6-2 ของ กรีลิช ที่โดน ฟาบินโญ่ บอลก็ดันเป็นใจ เปลี่ยนทางเข้าไปเสียบมุมเสาแรกแบบไม่ต้องเซฟ

ถึงขั้น คล็อปป์ ยิ้มให้กับโชคชะตาเลย เพราะถ้าลูกที่มันแฉลบทั้งหมด ไม่เป็นประตู รูปเกมมันก็อาจจะสูสีกว่านี้ก็เป็นได้ อย่างน้อยคิดง่ายๆ ว่าถ้าตัด 3 ลูกนั้นออกไป สกอร์จะอยู่ที่ 4-2 ซึ่งมีโอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะไล่ตีเสมอก็เป็นได้เช่นกัน