ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

ole solskjaer

แพะรับบาป ที่ชื่อว่า โซลชา

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 173 คนเข้าชม

 Ole Gunnar Solskjær

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอสองเกมในลีกแล้วนะครับ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ 4-5 นัดสุดท้าย หลังจากเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 ก็มาไล่เจ๊ากับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด อีก 1-1

 

เส้นทางเดินก้าวไปลุ้นท็อปโฟร์ของพวกเขา มันดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่ อุปสรรคมีมากมายเสียเหลือเกิน ซึ่งมาถึงตอนนี้ ถ้าตามหลักที่แฟนๆ คิดไว้ พวกเขาน่าจะได้อันดับ 3 หรือการันตีท็อปโฟร์ไปแล้ว

 

เพราะถ้าในเกมที่เสมอทั้ง 2 นัด เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 4 แต้มที่หายไป จะทำให้พวกเขามี 67 คะแนน แต้มจะนำ เชลซี อยู่ 4 แต้ม นำ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ถึง 5 คะแนนเลยทีเดียว

 

เพียงแต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น หรือต่อให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำแต้มเต็มได้ ฝั่งคู่แข่งแย่งอันดับ พวกเขาก็อาจจะฮึดกว่านี้ และสามารถเก็บแต้มมาไล่เลี่ยกับพวกเขาได้เช่นกัน ของอย่างนี้มันเอามาคาดไม่ได้ เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้น

 

แต่แฟนบอลตามโลกโซเชี่ยล ไม่ได้คิดแบบนั้น ไม่ได้เข้าใจอะไรแบบนั้น แน่นอนว่าการเสมอกับ เวสต์ แฮม มันไม่สามารถให้อภัยได้ และทุกๆ คนก็พุ่งเป้ามาที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้เป็นกุนซือ

 

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะเป็นแบบนี้ประจำนะครับ พอทีมเล่นดี ก็ชมว่านักเตะทำได้ดี บรูโน่ บ้าง แรชฟอร์ด, กรีนวู้ด บ้าง ป็อกบา บ้าง แต่ไม่เคยชมคนเป็นกุนซือ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ทีมแพ้หรือเสมอ กุนซือชาวนอร์เวย์ จะเป็นคนที่โดนทัวร์ลงก่อนเป็นคนแรก

 

ซึ่งถ้ามาวิเคราะห์กันว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น มันไม่แปลกเลยครับ ที่ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปวิจารณ์ โซลชา ก่อนเป็นลำดับแรก มันมีเหตุผลดังนี้

 

1.โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือการคว้าแชมป์ลีกในประเทศบ้านเกิด กับสโมสร โมลด์ ก่อนจะมาล้มเหลวในช่วงเวลาสั้นๆ กับการคุม คาร์ดิฟฟ์

 

ถ้าให้เรามองย้อนกันไปถึงช่วงเวลาที่ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีม ในช่วงแรกๆ กุนซือชาวโปรตุกีส แทบจะไม่ถูกวิจารณ์เลยนะครับ เขาคือผู้ที่เคยคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แชมป์กับทุกประเทศที่ย้ายไปคุมทีม ประสบความสำเร็จมากมาย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 

นั่นล่ะครับคือความต่าง โอเล่ ไม่ได้มีดีกรีประสบความสำเร็จในระดับสูงอะไร ทำให้ตั้งแต่เข้ามาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันแรก เขามาโดยไม่มีแต้มต่ออะไรเลย นั่นคือสิ่งที่แฟนบอลมองเห็น

 

ถ้าไปเปรียบเทียบกับทีมอื่น ยกตัวอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำไมแฟนบอล ลิเวอร์พูล ถึงเทิดทูนเขา เป็นอีกด้านหนึ่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด เลยด้วยซ้ำ เล่นดีชมโค้ช เล่นแย่ด่านักเตะ นั่นก็เป็นเพราะความสำเร็จที่ คล็อปป์ เคยทำไว้

 

ถ้าใครจะเถียงเรื่องว่า คล็อปป์ ทำบอลมีทรง โอเล่ ก็ทำบอลมีทรงเช่นกัน ใครไม่เห็นว่าทีมนั้นเล่นได้ต่างกับยุคของ มูรินโญ่ หรือ หลุยส์ ฟาน กัล คงมีอคติบังตาเต็มไปหมด

 

ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้เห็นสถิติของ 3 ประสานในแดนหน้า ที่ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำในซีซั้นนี้หรอก แถมในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ อีกด้วย

 

2.ไม่มีพอร์ดหรือเรซูเม่

นอกจากไม่มีพอร์ดหรือเรซูเม่ ที่พอจะสร้างความเชื่อถือให้กับตัวเองได้แล้ว เขายังไม่มีบารมีที่มากพอ ที่จะสามารถกำราบแฟนบอลลงได้ ต่างกับ เจอร์เก้น คล็อปป์, โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

 

ถ้ายังจำกันได้ นับตั้งแต่มีข่าวแต่งตั้ง โซลชา เข้ามาแทนที่ มูรินโญ่ หลายๆ คนก็เริ่มตั้งคำถามว่าเขาดูใจดีเกินไป นักเตะ แมนฯ ยู มันเฮี้ยวๆ มันจะเขื่อฟังหรือเปล่า

 

จนกระทั่งมีคนไปเอาคลิป ตอนที่เขาคุม โมลด์ และได้ทำการตวาดนักเตะในการฝึกซ้อมมาลงในโซเชียล ซึ่งก็ทำให้แฟนบอลนั้นพอเบาใจไปได้นิดนึงว่า เจ้าตัวคงมีความเฮี้ยบบ้าง

 

แต่พอได้เข้ามาคุม ก็ดันไปมีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะด้วยการที่เป็นคนยิ้มง่าย ยิ้มออกสื่อหลังทีมแพ้บ้าง หรือจะเป็นคาแรคเตอร์ในการสั่งเกมบนสนาม ที่มักจะนั่งอยู่กับที่เมื่อทีมโดนยิงประตู หรือตามหลัง ปล่อยให้ผู้ช่วยของเขาทั้งสาม ลงมาสั่งการแทน

กุนนาร์ โซลชา

นั่นยิ่งทำให้แฟนบอลหงุดหงิด ทีมก็แพ้ ยังจะต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก มันก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจเป็นธรรมดา แถมกุนซือรายนี้ ยังเป็นโค้ชในบุคลิกที่แตะต้องได้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในเรื่องการสร้างบารมี

 

3.ส่วนที่สำคัญในประเทศไทย

ส่วนที่สามถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ นั่นคือบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย บรรดาเจ้าของเพจ ที่มีผู้ติดตาม นี่คือสิ่งที่มีอิทธิพลในประเทศนี้พอสมควร

 

ลองไปว่ากันถึงเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับฟุตบอล เราจะเห็นพวกเฟคนิวส์ การปลุกปั่นจากสื่อต่างๆ ซึ่งคนที่เป็นผู้ติดตาม ก็จะเข้าไปอ่าน กดไลค์ กดแชร์ และเห็นด้วยสอดคล้องไปกับมัน

 

ฟุตบอลก็เช่นกัน แถมฟุตบอลยังเป็นอะไรที่ง่ายต่อการวิจารณ์ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องกระแสสังคม สุดท้ายแล้วถ้ามันผิด กูก็ไม่ต้องออกมาขอโทษใคร เพราะอย่างไรก็ไม่โดนฟ้อง โดนโจมตีอยู่แล้ว

 

แต่ถ้าเป็นเรื่องของบ้านเรา อย่างเข่นเหตุการณ์รถชนกัน ถ้าออกตัวเชียร์ฝ่ายหนึ่ง แล้วสุดท้ายกลายเป็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งถูก มันยังพอที่จะต้องออกมาขอโทษเพราะกลัวโดนฟ้อง พรบ.คอมพิวเตอร์

 

แต่เรื่องของฟุตบอล เค้าเตะกันที่ปะเทศอังกฤษ สมมุติว่า โซลชา สุดท้ายแล้วพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแขมป์ได้ ในปีสักปีหนึ่งอนาคต คนที่ออกมาด่าเขา พยายามไล่เขาออกไปก่อนหน้านั้น ก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย และไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไร เพราะไม่โดนฟ้องอยู่แล้ว

 

บรรดาเพจต่างๆ โดยเฉพาะเพจใหญ่ๆ ถ้าเจ้าของเพจ ได้อคติกับตัว โซลชา แล้วออกมาวิจารณ์ในทุกๆ เกม ไม่ว่าจะเล่นดีหรือไม่ แฟนๆ เพจก็จะซึมซับมันไป และก็เฮโลไปตามๆ กันว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ต้องคิดไรมาก เพราะถ้าพี่เขามองแบบนั้น ก็คือมองแบบนั้น

โซลชา

ซึ่งบ้านเรา เรื่องความอาวุโส นั้นต้องยกให้เป็นเรื่องสำคัญ เจ้าของเพจบางเพจ นั้นมีประสบการณ์ในวงการนี้มากมาย ฉะนั้นพูดอะไรไป มันก็มีความน่าเชื่อถือเกิน 60% อยู่แล้ว การที่ลูกเพจจะอ่านแล้วมองแบบเดียวกันมันไม่ได้เป็นเรื่องแปลก

 

แน่นอนว่าคนที่เห็นต่างก็มีนะครับ เพียงแต่มันจะออกมาในรูปแบบไหน ถ้าคุณเห็นต่าง แล้วแสดงความคิดเห็น คุณก็อาจจะโดนสับได้ง่ายๆ จากลูกเพจคนอื่นๆ และถ้าคุณยิ่งไปพิมพ์อะไรที่มันเกรียนๆ ก็อาจจะโดนบล็อก โดนแบนจากเพจไปได้ง่ายๆ

 

4.ปัจจัยสุดท้ายคือสถานการณ์ที่ไม่ได้เป็นใจมากนักของ โซลชา

เขาเข้ามาอยู่กับทีมในวันที่อณาจักรของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กำลังปั่นป่วน สิ่งที่ก่อสร้างมากว่า 27 ปี กำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของกุนซือคนก่อนๆ

 

ฉะนั้นการที่เขาเข้ามา แล้วพาทีมไม่ประสบความสำเร็จ มันเป็นอะไรที่เข้าใจได้มากๆ การฟื้นฟูอะไรต่างๆ มันต้องใช้เวลา มันยากมากที่เข้ามาแล้วจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้เลย

 

ถ้ายังจำกันได้ในสมัย เดวิด มอยส์ ซีซั่นที่แล้ว ป๋ายังเพิ่งพาทีมเป็นแชมป์มาหมาดๆ ฉะนั้นแฟนบอลก็จะให้เวลากับ มอยส์ อยู่สักระยะ แถมกุนซือคนนี้ ป๋ายังเคยออกมาพูดกลาง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยซ้ำว่าให้หนุนเขา

 

ทำให้แฟนบอลก็อดทนกันมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง แค่ก็ทนได้ไม่ถึงฤดูกาล ก็เริ่มมีการขับไล่กันออกไป ด้วยผลงาน และฟอร์มการเล่นที่มันไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย

 

ขณะที่ โซลชา ดันทำได้ดีในช่วงแรก ทำให้แฟนบอลมีความหวัง ก่อนที่จะลุ่มๆ ดอนๆ จนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ มันยิ่งเป็นการสร้างความหวังให้แฟนบอล ก่อนจะพังมันลงมาด้วยน้ำมือตัวเอง

 

แถมนับตั้งแต่ โซลชา เข้ามา ก็เหมือนจะมาในแนวขัดตาทัพ ไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรจากใคร โดยแฟนบอลส่วนใหญ่ในตอนนั้น ทุกคนกำลังรอการเข้ามาของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เสียด้วยซ้ำ

เมาริซิโอ

ทั้ง 4 ข้อคือปัจจัยในอีกหลายๆ ปัจจัย ที่ผมได้หยิบมาพูดคุยกัน กับสาเหตุว่าทำไม โซลชา ถึงกลายเป็นแพะในทุกๆ เกม ผมเห็นแล้วมันรู้สึกสงสารพอควร เพราะขนาดแมตช์ที่เก็บชัยชนะได้ ยังโดนด่าเลย

 

จากที่ผมได้ปกป้อง โซลชา ไปในวันนี้ ในคอลัมน์หน้า เราจะพาไปมองอีกมุมกับกุนซือคนนี้ดูบ้าง และมีอะไรบ้างที่เป็นข้อเสียของเขาที่ควรจะปรับปรุง หากยังได้ทำงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป

 

ในคอลัมน์นี้ ผมอยากให้บรรดาแฟนบอลของ แมนฯ ยู ทั้งหลาย ได้เข้าใจในมุมมองของคนเป็นกุนซือเสียหน่อย และอย่าเพิ่งไปตัดสินอะไร หรือวิจารณ์อะไรที่มันมากมายนัก รู้ว่ามันยากที่จะรอคอยความสำเร็จ แต่มันก็มีเวลาของมัน

 

อีกส่วนหนึ่งก็อยากจะวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นแพะได้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เกมที่แพ้ เกมที่ชนะก็ด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าใครได้อ่านแบบไม่มีอคติ ผมเชื่อว่าคุณก็ต้องรู้สึกสงสารในตัว โซลชา บ้างไม่มากก็น้อย