ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

penalty kick

เหตุผลที่แฟน พรีเมียร์ลีก จะได้เห็นจุดโทษ 200 ประตู

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

ผ่านไปแล้วประมาณ 8 สัปดาห์ของการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจ ไม่ใช่เพียงอันดับในตารางคะแนนเท่านั้นที่ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและตื่นตา แต่จำนวนประตูมหาศาล บอกอะไรหลายๆ อย่าง

พรีเมียร์ลีก

ก่อนลงเตะสัปดาห์ที่ 8 ใน พรีเมียร์ลีก มีการมอบจุดโทษไปแล้ว รวมทั้งหมด 36 ครั้ง มากกว่า 1 ใน 3 ของซีซั่นที่แล้วทั้งที่แต่ละทีมยังเตะกันไม่ถึง 10 เกม

 

8 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแข่งขัน มากกว่า 75 เกม จุดโทษเกิดขึ้นแล้ว มากกว่า 36 ครั้ง เปรียบเทียบกับฤดูกาลที่แล้ว มีจุดโทษเกิดขึ้นทั้งหมด 92 ครั้ง ยังไม่ทันถึง 1 ใน 3 ของฤดูกาล แต่จำนวนจุดโทษแซงหน้าสัดส่วนที่เกิดขึ้นในซีซั่นก่อนไปเรียบร้อย มีคนบอกว่าเป็นเพราะระบบวีเออาร์ บางคนบอกว่าเป็นเพราะกรรมการไม่เที่ยงตรง  หรืออาจเป็นเหตุผลอื่นๆ ซึ่งยากจะฟันธง  ด้วยจำนวนตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นไปได้ว่าฤดูกาลที่กำลังดำเนินไปอาจนับจำนวนจุดโทษได้มากกว่า 200 ประตู ด้วยเหตุผลเหล่านี้

 

1.เทคโนโลยี

เทคโนโลยี

ความตั้งใจในการนำเทคโนโลยีเข้ามาก็เพื่อความถูกต้อง เที่ยงตรง มีการคัดค้านหลากหลายว่าภาพรีเพลย์อาจทำให้เกิดเหตุการณ์เหมือนอย่างอเมริกันสปอร์ต ที่ผู้ตัดสินหยุดเกมนาน 5-10 นาที ก่อนประกาศคำตัดสิน ดังนั้นทุกฝ่ายจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะลดข้อครหา

 

วีเออาร์ ชื่อเต็มว่าวีดีโอผู้ช่วยผู้ตัดสิน เริ่มใช้งานในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 มีปัญหาต่างๆ ให้ถกเถียงกันมาโดยตลอดว่าใครควรมีอำนาจสูงสุดในการตัดสินทุกจังหวะในสนาม หรือผู้ตัดสินที่ 1 ควรฟังเสียงผู้ตัดสินที่ดูมอนิเตอร์ตลอดเวลา แล้วสมควรหรือไม่ที่ผู้ตัดสินควรจะได้ดูภาพนั้นที่ข้างสนามด้วยตาตัวเอง จะเป็นการดึงเกมช้า ทำให้เสียเวลาหรือไม่ แต่เรื่องเวลาก็อาจเป็นเรื่องรองในตอนนี้

 

ความผิดพลาดในรายละเอียดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อซีซั่นที่แล้ว ได้รับการปรับแก้ ยืดหยุ่น เพื่อไม่พลาดในทุกจังหวะไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน ดูย้อนหลัง ได้ทันท่วงที ภาพช้า slow motion แล้วตีเส้นแบ่งเขตแดนอย่างชัดเจน เทคโนโลยีทำหน้าที่ของมันได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วหวังว่าจะเป็นต่อไป เพื่อไม่ให้พลาดอะไรแม้แต่อย่างเดียว

 

2.กฎ

กฎ

 จังหวะปัญหาระหว่าง ซาลาห์ และ มาซูอาคู ที่มีคนพูดถึงมากมาย ทำให้ ซาลาห์ ยิงจุดโทษไปแล้ว 4 ครั้งในฤดูกาลนี้ รวมถึงในครึ่งแรกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

 

หนึ่งในสิ่งที่ถกเถียงกันมาตลอด วีเออาร์ควรใช้ในจังหวะไหน จุดไหน จังหวะสำคัญที่ควรเป็นประตู จังหวะที่มีผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งควรได้ใบเหลืองหรือใบแดง หรือจังหวะทั่วๆไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกจังหวะในกรอบเขตโทษ มีความสำคัญต่อเกมเสมอ และเมื่อบอร์ดบริหารผู้ตัดสินมืออาชีพลงความเห็นว่า เมื่อมีจังหวะที่ผู้เล่นสองฝ่ายสัมผัสโดนตัวกัน ก็ควรเป็นการฟาวล์ ที่เหลือคือดุลยพินิจว่าใครควรจะได้ประโยชน์

 

หนึ่งในจังหวะที่ถกเถียงกันอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นจากเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล และ เวสต์แฮม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดน อาร์เธอร์ มาซูอาคู สกัดจากด้านหลัง เขาโดนทำฟาวล์หรือพยายามพุ่งล้ม เควิน เฟรนด์ ดูภาพย้อนหลังและให้จุดโทษ ซึ่ง ซาลาห์ ลุกขึ้นมายิงเองไม่พลาดเป้า

 

ต้องยอมรับว่า จะมีจุดโทษหรือไม่มีจุดโทษ ใครเป็นฝ่ายทำฟาวล์หรือโดนทำฟาวล์ ใช้กฎใดๆ มารองรับ ที่สุดแล้วกรรมการก็จะโดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี

 

3.แฮนด์บอล

แฮนด์บอล

เสียแฮนด์บอลทั้งที่หันหลัง จังหวะปัญหาของ เอริค ดายเออร์ ที่ทำให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถึงกับพลาด 3 คะแนนในการพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

 

มีหลายจังหวะที่สร้างการถกเถียงเป็นวงกว้างในฤดูกาลนี้ ลูก้าส์ ดีญ โหม่งบอลโดนแขนของ โจเอล วอร์ดส์ หรืออีกครั้งที่ จอร์แดน อายิว ซัดไปโดนแขน วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ และเมื่อ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ เสียฟาวล์ หลังจากบอลของ แฮร์รี่ วิงส์ กระดอนมาโดนแขน จังหวัดที่ว่ามาทั้งหมดนั้นกลายเป็นจุดโทษ ซึ่งเป็นหนึ่งในการตีความหมายของคำว่าแฮนด์บอล

 

บางทีกรรมการอาจลืมคำว่า “บอลทูแฮนด์” ไปแล้ว หรือไม่เช่นนั้นคำนี้ก็อาจโดนตัดออกจากสารบบ ของหนังสือในกฎผู้ตัดสิน กลายเป็นว่าผู้เล่นกองหลังทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งผู้เล่นบางคนในกรอบเขตโทษโดนจับฟาวล์ แค่เพราะพวกเขามีแขน ทั้งที่ในบางจังหวะ เมื่อไม่มีการครองบอลพวกเขากลับใช้แขนเป็นอาวุธ

 

แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ คนเดิมทำฟาวล์ เลอันโดร ทรอสสาร์ หรือจังหวะที่เราได้เห็น Replay ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อจบเกม บิ๊กแมตช์ระหว่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและเชลซี เมื่อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ รั้งตัว เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ดังนั้นนอกจากนิยามใหม่ของคำว่าแฮนด์บอล ควรมีการนิยามการใช้แขนอีกด้วย

 

4.จุดโทษสำหรับทีมเยือน

มาร์ค คลัทเทนเบิร์ก

มาร์ค คลัทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินชื่อดังกล่าวว่า เสียงจากผู้ชมนับหมื่นไม่มีผลต่อตัวเขา ครั้งหนึ่งในปี 2014 เขามอบจุดโทษให้กับทีมเยือน ในการแข่งขันที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 3 ครั้ง

 

พูดกันมานานแล้วว่าการแข่งขันในสนามติบทำให้ความกดดันต่อตัวผู้เล่นและกรรมการลดลง สถิติที่ผ่านมาบอกอย่างชัดเจนว่าทีมเยือนสามารถเก็บชัยชนะกลับบ้านเพิ่มขึ้น หากย้อนไปไม่กี่ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ทีมเยือนมีโอกาสได้จุดโทษเฉลี่ยต่อเกม 0.08 ครั้ง แต่ในฤดูกาลปัจจุบันโอกาสนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.29 ครั้ง

 

การแข่งขันในสนามปิด ทำให้ไม่มีผู้ชมนับหมื่นส่งเสียงกดดันผู้ตัดสิน เหลือเพียงดุลพินิจและวิจารณญาณ ผู้ตัดสินหลายคนจึงไม่ลังเลที่จะชี้จุดโทษให้กับฝั่งผู้มาเยือน

 

ในส่วนของผู้เล่น เมื่อไม่มีเป็นแฟนบอลอยู่ในสนาม เป็นไปได้ว่าพวกเขาสามารถมีสมาธิได้มากขึ้น แต่ในอีกทางหนึ่งหากพวกเขาเผอเรอ พวกเขากำลังลดความระมัดระวังลง เจ้าบ้านจึงสามารถเสียจุดโทษได้ง่ายขึ้น

 

5.กรรมการทำงานหนัก

กรรมการทำงานหนัก

ผู้ตัดสินหลักมีค่าจ้างต่อเกม 1,500 ปอนด์ (60,000 บาท) ผู้ช่วยตำแหน่งอื่น 850 ปอนด์ (34,000 บาท) นอกจากฟิตสภาพร่างกายให้วิ่งทันผู้เล่น ยังต้องศึกษาพฤติกรรมเพื่อการตัดสินที่ถูกต้องที่สุด

 

ไม่ใช่เพียงผู้เล่นเท่านั้นที่ทำงานหนักก่อนเกม พวกเขาศึกษาแทคติกและศึกษาคู่แข่ง ฝึกซ้อม หายุทธวิธีต่างๆ ผ่านคำแนะนำจากผู้จัดการทีมเพื่อชัยชนะ ขณะเดียวกันนั้นเหล่ากรรมการก็ศึกษาพฤติกรรมต่างๆ และความเป็นไปได้ว่าเล่นที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้าชอบทำอะไรมีนิสัยอย่างไร ชอบพุ่งล้ม ชอบตบตา หรือเป็นนักเตะขาแข็ง

 

เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมถ้าจะบอกว่าในใจของกรรมการทั้งหลายได้ตัดสินนักเตะบางรายล่วงหน้าไปแล้ว ปลาทั้งหมดมาจากการทำงานหนักระหว่างสัปดาห์ เพื่อมองความเป็นไปได้สูงสุดที่จะเกิดขึ้นในระหว่างเกม และเพื่อใช้ความรู้ความสามารถของพวกเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เรากำลังพยายามถกเถียงกัน ไม่ใช่แค่จำนวนตัวเลขว่าจุดโทษเพิ่มขึ้นหรือว่าลดลง เมื่อผู้จัดการทีมและเหล่าผู้เล่นควานหาชัยชนะ ความพยายามของเหล่าผู้ตัดสินทั้งหลาย คือการทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรงด้วยการมอบจุดโทษที่ถูกต้องนั่นต่างหาก