ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

premier-league

10 นักเตะพรีเมียร์ลีก ที่ต้องจับตา หลังรีสตาร์ท

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 409 คนเข้าชม

ศึกพรีเมียร์ลีกได้ฤกษ์เปิดฉากกลับมาโม่แข้งกัน เพื่อหาจุดจบของฤดูกาลอย่างสมบูรณ์แบบ แต่จากการเริ่มกลับมาเตะกันใหม่ มีนักเตะที่น่าสนใจและติดตามว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ฟอร์มการเล่นจะเป็นอย่างไร หลังจากที่บางคนบาดเจ็บเพิ่งหายกลับมา และบางคนกลายเป็นดาวรุ่งที่ใครหลายๆ คนอยากเห็นฝีเท้าว่า จะเป็นของจริงหรือไม่

 

10.อดาม่า ตราโอเร่ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

อดาม่า ตราโอเร่

โดดเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ นอกจากรูปร่างที่สมส่วนและน่าเกรงขามแล้ว ดูเหมือนว่า ฟอร์มการเล่นกำลังเข้าที่เข้าทางและโดดเด่นจนกลายเป็นข่าวกับลิเวอร์พูล ว่า จะคว้าตัวไปเสริมทัพในฤดูกาลหน้าหรือไม่ การตกเป็นข่าวบนหน้าสื่อ ไม่เป็นรองเรื่องราวของเจดอน ซานโช่ เลย ซึ่งช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า จริงๆ แล้ว เขาคู่ควรในการย้ายไปเล่นกับทีมยักษ์ใหญ่เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จหรือไม่ หรือว่า แค่เรื่องราวหวือหวา จากการเล่นที่วูบวาบ และแท้ที่จริงแล้ว ยังห่างไกลกับความเก่งกาจเหมือนอย่างที่สื่อพยายามจะปั้นให้กลายเป็นนักเตะของตลาดซื้อขายหลังปิดฤดูกาล

 

9.วินฟรีด เอ็นดิดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้)

วินฟรีด เอ็นดิดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้)

เพราะเป็นนักเตะนอกสายตา แต่การรับบทบาทหน้าที่มิดฟิลด์ตัวรับให้เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียรายนี้ ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่นักเตะที่เล่นฟุตบอลสวยงาม หรือ มีทักษะฟุตบอลชั้นเลิศจนแตกต่างจากผู้เล่นในพรีเมียร์ลีก แต่ผลงานโดยรวมเมื่อมีเขาอยู่ในสนาม เป็นการสร้างสมดุลให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ได้เป็นอย่างมาก อาการบาดเจ็บกลายเป็นอุปสรรคในช่วงที่เขากำลังเล่นดี ช่วงรีสตาร์ทกลับมา ทุกคนเลยอยากจะเป็นว่า จะรักษาฟอร์มการเล่นได้เสมอต้นเสมอปลายหรือเปล่า

 

8.เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

เควิน เดอ บรอยน์

เพราะเหตุผลที่เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก และฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่า เขากลับมาเล่นด้วยความมั่นใจ โดยไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวนเหมือนฤดูกาลก่อนๆ การมีอิสระในการเล่น และใช้สมองที่ชาญฉลาด ยังเป็นสิ่งที่หลายคนอยากเห็น การรีสตาร์ทลีกใหม่อีกครั้ง เขาจะสามารถพาทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลดระดับช่องว่างกับลิเวอร์พูลได้หรือไม่ นั่นคือหลายคนต้องการจะดูศึกพรีเมียร์ลีกช่วงที่เหลือจริงๆ

 

7.เอ๊ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (อาร์เซน่อล)

เอ๊ดดี้ เอ็นเคเทียห์

เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 21 ปี ที่ได้รับการยอมรับว่ามันสมองในการเล่นฟุตบอลฉลาดและน่าสนใจติดตามเป็นอย่างมาก แต่ยังมีเครื่องหมายคำถามว่า เมื่อขึ้นสู่การเป็นนักเตะอาชีพที่แท้จริงแล้ว เขาจะสามารถโดดเด่นและเล่นได้เหมือนกับตอนเป็นเยาวชนหรือไม่ ทำให้การจับตามองไปที่ เอ็นเคเทียห์ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนอยากจะเป็น เพราะได้รับโอกาสเล่นให้ทีมปืนโตไปแล้ว 7 เกมในฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาจะดีพอที่จะมารับหน้าที่ต่อจาก ปิแอร์ เอ็มเมอริค โอบาเมยอง ในตำแหน่งศูนย์หน้าของทีมหรือไม่

 

6.บิลลี่ กิลมอร์ (เชลซี)

บิลลี่ กิลมอร์ (เชลซี)

ช่วงปลายก่อนที่จะต้องหยุดพักเบรก บิลลี่ กิลมอร์ กลายเป็นมิดฟิลด์ที่โผล่ขึ้นมาและได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก เพราะหนุ่มน้อยวัยแค่ 19 ปีรายนี้ สามารถคว้าแมนออฟเดอะแมตช์ ในเกมที่เชลซี เขี่ยลิเวอร์พูลตกรอบฟุตบอลเอฟเอคัพไปได้สำเร็จ และหลังจากนั้น เขาก็เริ่มได้รับโอกาส และยังโดดเด่นเช่นเคย จนกลายเป็นว่า เชลซีกำลังจะมีมิดฟิลด์ตัวรับระดับอัจฉริยะ โผล่ขึ้นมาช่วยทีมอีกคน และอาจจะเป็นตัวแทนของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ในอนาคต แบบชนิดที่ว่า ไม่ต้องมาเสียเวลาหาใครมาทดแทน และหากช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ กิลมอร์ ยังได้รับโอกาสลงเล่น บางทีอาจจะกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการผ่านการทดสอบเพื่อโอกาสในฤดูกาลหน้าก็เป็นได้

 

5.ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ลิเวอร์พูล)

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ลิเวอร์พูล)

เด็กอายุแค่ 17 ปีรายนี้ แม้จะสร้างสถิติตัวเลขเกี่ยวกับอายุน้อยทำได้มาหลายอย่าง แต่สิ่งที่หลายคนเฝ้ามองและอยากเห็น หากลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะมอบหมายความไว้ใจให้ลงสนามในช่วงเวลาที่เหลือนี้หรือไม่ เพราะนี่คือประสบการณ์ชั้นยอด ที่ไอ้หนูคนนี้ควรได้รับ แถมกติกาการเปลี่ยนตัวที่ทำได้ถึง 5 คน จะเอื้ออำนวย ที่ทำให้เขาได้รับโอกาส ยิ่งทีมหงส์แดงอยู่ในช่วงของการรัดเข็มขัดไม่กล้าใช้จ่ายตังค์ฟุ่มเฟือยด้วยแล้ว คงต้องบอกว่า การเข็นเด็กมีแววมาเล่น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่พวกเขาเตรียมใช้ และไอ้หนูเอลเลียตต์ ก็เป็นหนึ่งในอนาคตของทีมเช่นกัน

 

4.จอห์น แม็คกินน์ (แอสตัน วิลล่า)

จอห์น แม็คกินน์ (แอสตัน วิลล่า)

 

แอสตัน วิลล่า นอกเหนือจากจะมี แจ็ค กรีลิช กัปตันทีมที่กำลังเนื้อหอมแบบสุดๆ แต่จอห์น แม็คกินน์ ถือเป็นหนึ่งสตาร์ ที่ความสามารถในเชิงฟุตบอล อยู่ในระดับแนวหน้าเช่นกัน โชคร้ายที่อาการบาดเจ็บ มาทำให้เขาขาดช่วงในการลงสนาม และทำให้ผลงานของทีมสิงห์ผงาด ถอยหลังเข้าคลอง จนต้องมาลุ้นหนีการตกชั้นจนได้ ว่ากันว่า เมื่อแม็คกินน์ กลับมาประสานงานร่วมกับกรีลิช ในช่วงท้ายของฤดูกาลอีกครั้ง ทั้งคู่จะมีส่วนช่วยพาให้ วิลล่า รอดพ้นหนีการตกชั้นได้หรือไม่ มันน่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน

 

3.มาร์ค้ส แรซฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

มาร์ค้ส แรซฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

จะว่าไปแล้ว หากไม่มีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวน ปีนี้ความเฉียบขาดในการพังประตู รวมถึงการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าชัดเจนมากจริงๆ เพราะในแง่ของการยิงประตูแล้ว เขาแบกทีมและช่วยเหลือทีมในเวลาที่ทีมกำลังต้องการใครสักคนที่โดดเด่นในเกมรุก แต่ปัญหาบาดเจ็บ มีส่วนทำให้เขาต้องพักยาวๆ จนจบฤดูกาลในเบื้องต้น แต่หลังจากที่มีการหยุดพักเบรก ทำให้เขาหายและกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลา ซึ่ง 9 นัดในพรีเมียร์ลีกจากนี้ เขาจะช่วยพาทีมปีศาจแดงกลับไปติดท็อปโฟร์ได้หรือไม่ น่าสนใจจริงๆ

 

2.ซง เฮือง มิน (สเปอร์ส)

ซง เฮือง มิน

แม้จะเป็นผู้เล่นจากฝั่งเอเชีย แต่เขาคือหนึ่งเดียวในเวลานี้ให้คนากแดนตะวันออกไกล ซึ่ง ซง กลายเป็นขุนพลตัวหลัก ที่โชว์ทักษะฟุตบอล และ ความสามารถเฉพาะตัวจนกลายเป็นว่า สเปอร์ส จะขาดเขาไปไม่ได้ซะแล้ว การกลับมาจากอาการบาดเจ็บได้ทันเวลา และจะมาช่วยสเปอร์ส ไล่บี้เก็บแต้มเพื่อการกลับไปลุยฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้อีกครั้ง คือเป้าหมายหลัก และการคืนทัพครั้งนี้ ไก่เดือยทองได้ แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้าคนเก่งกลับมาสู่ทีมด้วยเช่นกัน นอกจากแฟนสเปอร์สแล้ว หลายทีมก็อยากเห็นฟอร์มของ ซงว่า จะยืนระยะแค่ไหน เพราะมีสิทธิ์สูงเหมือนกันที่หากสเปอร์สยังไขว่คว้าหาความสำเร็จไม่ได้ อาจจะทำให้สตาร์อย่างเขาต้องเดินออกจากทีมในเร็ววันนี้

 

1.ปอล ป๊อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ปอล ป๊อกบา

ฤดูกาลนี้ได้ลงสนามเพื่อช่วยเหลือทีมได้แค่ 4 เกมเท่านั้น แถมอนาคตจะเป็นยังไงจะอยู่กับทีมต่อหรือไม่ ยังเป็นสถานการณ์คลุมเครือ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนจับตามองนั่นก็คือ ถ้าได้รับโอกาสคืนสนามหลังจากสลัดอาการบาดเจ็บเรื้อรังออกไปแล้ว เขาจะเล่นได้เข้าคู่กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ และจะพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ได้หรือเปล่า หรืออาจจะกลายเป็น 9 นัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกที่จะสวมชุดแข่งปีศาจแดง ทั้งหมด มีความเป็นไปได้ เพราะ ป๊อกบา ทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ

 

ข่าวอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ