ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

messi talk of the town

ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ มหากาพย์ ลิโอเนล เมสซี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 171 คนเข้าชม

วงการฟุตบอลถึงขั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเลยนะครับ ทุกคนคงทราบกันดีแล้วว่า ลิโอเนล เมสซี่ นั้นยื่นเจตจำนงออกมาว่าเขาต้องการย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

มันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว กับเพียงแค่เรื่องการย้ายทีมของนักเตะหนึ่งคน แต่ที่มันเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ นั้นเป็นเพราะผู้ชายคนนั้นคือ เมสซี่ นักเตะหมายเลข 1 ของโลก

ในกรณีของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ไปเล่นให้กับ ยูเวนตุส มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ามันเป็นการเปรียบเทียบออกมาว่าเขาอ่อนกว่า เมสซี่ ในเรื่องของฝีเท้านะครับ เพียงแต่มันเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น

 

Lionel Messi

 

ดาวเตะชาวโปรตุเกส เคยย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเล่นให้กับ “ราชันชุดขาว” มาแล้ว และด้วยการปฏิบัติต่อนักเตะของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ มันเลยไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ หาก “ซีอาร์ 7” จะโดนลอยแพเกิดขึ้นเมื่ออายุเข้าสู่เลขสาม

 

แต่กับ เมสซี่ เป็นหนึ่งในนักเตะเพียงไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าจะเป็นแข้งวันคลับ หรือเล่นให้กับทีมๆ เดียว ไปจนแขวนสตั๊ด ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

เขามีอิทธิพลทุกอย่างกับทาง “เจ้าบุญทุ่ม” ทุกๆ คนเห็นเขาเป็นศูนย์กลาง เห็นเชามีค่ามากกว่าประธานสโมสรเสียอีก พูดง่ายๆ ว่าเขาได้กลายเป็นกระดูกสันหลังของ บาร์เซโลน่า ไปแล้ว

 

มาจนถึงวันนี้ เรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ฟางเส้นสุดท้าย ถ้าตามข่าวลือที่ออกมา สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจอำลาถิ่น คัมป์ นู มันมาจากการที่ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ไม่คิดจะใช้ หลุยส์ ซัวเรซ ต่อไป

เมสซี่ กับ ซัวเรซ นั้นสนิทกันมากนะครับ สองครอบครัวนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันแทบจะตลอด เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนซี้กันเลยทีเดียว การที่ คูมัน ตัดสินใจออกมาแบบนั้น มันอาจจะเป็นการทำให้ เมสซี่ นั้นไม่ขอทนอยู่กับทีมต่อไปก็เป็นได้

 

Messi Lionel

 

อย่างไรก็ตาม ชีวิตการค้าแข้งมาอย่างยาวนานของ เมสซี่ ส่วนตัวผมเชื่อว่าเหตุผลดังกล่าว ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ นั้นถึงขั้นคิดจะอยากออกจากทีม

 

นักฟุตบอลควรจะมีความเป็นมืออาชีพพอ การเล่นพรรคเล่นพวก การชังคนนี้ เกลียดคนนั้น นี่พวกข้า ข้าอยากเอาไว้ ถ้าใครไม่เห็นด้วย ข้าจะไป มันไม่ควรเกิดขึ้นในวิถีของนักเตะอาชีพ

 

ฉะนั้น เชื่อว่าแรงจูงใจที่ทำให้ เมสซี่ นั้นต้องการปักป้ายขายตัวเองในช่วงซัมเมอร์นี้ เหตุผลหลักนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของ หลุยส์ ซัวเรซ แต่มันเป็นความอัดอั้นสะสมที่เกิดขึ้นตลอด ในช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งประธานสโมสรของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ต่างหาก

 

นับตั้งแต่เขาเข้ามาแทนที่ของ ซานโดร โรเซลล์ ไม่เคยมีดีลไหนเลยที่เป็นการซื้อนักเตะที่น่าประทับใจของสโมสร นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และมันส่งผลไปยังผลงานบนสนาม

 

นับตั้งแต่ปี 2014 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน จริงอยู่ว่าหลังจากนั้นมา บาร์เซโลน่า ประสบความสำเร็จในรูปแบบแชมป์ลีกถึง 4 สมัย โกปา เดล เรย์ อีก 4 สมัย

 

ทีมฟุตบอลหญิงก็ประสบความสำเร็จในประเทศเรื่อยมา, ฟุตซอลกับบอลชายหาดเองก็เช่นกัน, ทีมบาสเก็ตบอลหรือกีฬาอื่นๆ ในเครือของ บาร์เซโลน่า ก็ต่างประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งทั้งหมด

 

แต่ในทีมฟุตบอลชาย ความสำเร็จที่ได้มานั้น ถ้าว่ากันตามตรงนะครับ มันเป็นความสำเร็จที่เหมือนย่ำอยู่กับที่เสียมากกว่า

 

การเป็นแชมป์ 4 สมัยในยุค บาร์โตเมว บางซีซั่นอาจจะเป็นการโค่นทีมคู่แข่งได้อย่างขาดลอย แต่ถ้าไปไล่ดูในการแข่งขันแต่ละแมตช์ จะเห็นได้ว่าทีมเล่นกันไม่ได้เนี๊ยบ เนียนตาเหมือนสมัยก่อน

 

messi Lionels

 

อย่างเช่นฤดูกาลที่แล้ว จริงอยู่ที่พวกเขาเป็นแชมป์ได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าไปดูเหตุการณ์ของทีมคู่แข่ง โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด ก็จะเห็นได้ว่าพวกเขาเพิ่งปล่อย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกไป แถมเรื่องสถานการณ์ของกุนซือนั้นก็วุ่นวายอยู่

 

กว่าจะมาลงตัวได้ ซีเนอดีน ซีดาน คุมทีมรอบสอง มันก็จะจบซีซั่นอยู่แล้ว มันก็เป็นเรื่องยากที่จะไปต่อกรกับ บาร์เซโลน่า ได้ แต่เห็นหรือไม่ว่าพอมาในฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริด ก็เข้าป้ายเป็นแชมป์ลีกไปได้จริงๆ

 

การเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาก็ได้เพียงแค่สมัยเดียว และยังปล่อยให้กับทีมคู่แค้นตลอดกาลอย่าง “ราชันชุดขาว” นั้นกดไปถึง 3 สมัยติดต่อกัน

 

แถมยังมีเหตุการณ์ทั้งการพ่ายให้กับ โรม่า อย่างน่าเกลียดในเลกสองจนต้องตกรอบ ทั้งๆ ที่ตุนประตูมามากมายในบ้านตัวเอง เช่นเดียวกับเกมที่แฟนชาวไทยจำได้ดี นั้นคือการถูก ลิเวอร์พูล ถล่มใส่ ในสถานการณ์คล้ายๆ กับเกมแพ้ โรม่า

 

ซึ่งมันกลายเป็นการตกรอบแบบนั้น 2 ครั้งติดต่อกัน จริงอยู่ว่าความผิดส่วนใหญ่ ก็ต้องยกให้กับนักเตะ และกุนซือ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เพราะเป็นผู้ที่ทำผลงานบนสนาม

 

แต่ถ้ามองในมุม เมสซี่ และถามกลับไปว่า ถ้าตัวผู้เล่นที่คุณซื้อมา มันดีกว่านี้ เรื่องมันก็คงไม่ลงเอยแบบนั้นใช่หรือไม่ เรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลมันน่าจะเป็นมวลสะสมจนทำให้มันมาถึงวันนี้

 

และแน่นอนการพ่ายแพ้ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 แบบเละเทะ มันคือหนึ่งในการทำให้เขาหมดกำลังใจ ที่จะเดินไปต่อในการทำงานของ บาร์โตเมว และ บาร์เซโลน่า

 

แน่นอนว่าหลังจากนี้ คงต้องจับตาดูว่าสุดท้ายแล้ว เมสซี่ จะทำอย่างไรต่อกับชีวิต ซึ่งล่าสุดสถานการณ์การย้ายทีมของเขา มันคงไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายดายเท่าไหร่

 

messi ss

 

เพราะล่าสุดมันมีเรื่องของค่าฉีกสัญญาอยู่จำนวนสูงถึง 700 ล้านยูโร ซึ่งมันมีข้อกำหนดการยกเว้นค่าฉีกดังกล่าว แต่หมดอายุไปแล้วเมื่อช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

เท่ากับว่าตามสัญญา หลังจากนี้ใครจะเอาตัว เมสซี่ ไปก่อนที่เขาจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ปีหน้า ต้องทุ่มเงินสูงถึง 700 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวเขาออกไปจากถิ่น คัมป์ นู

 

ประเด็นคือในปีนี้ ดันมีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 นักเตะหลายๆ คนที่หมดสัญญาในวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับการต่อสัญญาชั่วคราวกันแทบจะทั้งหมด

 

เหมือนเป็นการประนีประนอมกัน ด้วยสถานการณ์ล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้น ทำให้ฝ่ายของ เมสซี่ เองก็มองว่าข้อตกลงของเขา ก็ควรจะถูกยืดระยะออกไปด้วยใช่หรือไม่

 

แน่นอนว่าสุดท้ายแล้ว บาร์โตเมว ไม่ยอมนะครับ และต้องการที่จะให้สัญญานั้นเป็นดั่งเดิม สุดท้ายแล้วถ้าไม่ยอมกันแบบนี้ เรื่องราวก็คงต้องเข้าสู่ศาล และภายในแคมป์ของ บาร์เซโลน่า คงจะไม่สงบสุขอีกต่อไป

 

ซึ่งการที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ออกมา แฟนบอลผู้รักและเทิดทูน เมสซี่ ก็ถึงการต้องลงถนนมาประท้วงการทำงานของ บาร์โตเมว และทีมงาน เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการเห็นนักเตะอันเป็นที่รักนั้นย้ายทีมออกไป

 

หลายๆ ฝ่ายเริ่มไม่พอใจกับประธานรายนี้ มันเหมือนกับเป็นการแผนกดดันของ เมสซี่ ในการรีบบีบให้เขาออกจากตำแหน่ง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นในปี 2021 ก็ว่าได้

 

messi as

 

แต่ปัญหาคือไม่มีใครรู้ว่าหากสุดท้ายแล้ว บาร์โตเมว ยอมออกจากตำแหน่งในช่วงนี้ และมีทีมงานชุดใหม่เข้ามาทำงานพร้อม สโมสรพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ เมสซี่ อยู่ต่อ เขาจะยังตัดสินใจอยู่กับทีมต่อหรือไม่

 

ล่าสุด บาร์โตเมว ยอมลดทิฐิตัวเอง ยินดีลาออก ถ้าหาก เมสซี่ ออกมาพูดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นมาจากตัวเขา (บาร์โตเมว) และพร้อมจะอยู่กับทีมต่อไป

 

พูดง่ายๆ ว่าเขาอยากให้ เมสซี่ ออกมาด่าประธานอย่างเขาผ่านสื่อเลย ว่ามันผิดที่เขาจริงๆ และยอมอยู่กับทีมต่อ เขาถึงจะยอมลาออกจากตำแหน่ง

 

หลังจากนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมสซี่ จะย้ายออกไปได้ตามต้องการ หรือสุดท้ายแล้ว บาร์โตเมว จะเป็นฝ่ายชนะ เชื่อได้เลยว่ามันจะเป็นการพลิกโฉมหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ฟุตบอล บาร์เซโลน่า อย่างแน่นอน

 

สงสารก็แต่ โรนัลด์ คูมัน และนักเตะคนที่เหลือในทีม ที่อยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก และทำอะไรไม่ถูกหลังจากนี้

 

ต้องติดตามกันต่อนะครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนี้ เชื่อว่ามันจะเป็นมหากาพย์สุดยิ่งใหญ่ในโลกฟุตบอลอย่างแน่นอน