ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์อันดับ 1

เบอร์โทรศัพท์

084 - 822 - 2201 ถึง 3

ไลน์ไอดี

@SBO-AAAA

zlatan-and-lewandowski3

หมัดต่อหมัด! ซลาตัน-เลวานดี้ ใครคือราชา ตัวจบสกอร์ในรอบ 10 ปีหลังสุด

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

 350 คนเข้าชม

วิวัฒนาการของฟุตบอลนั้นหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ 1 ในสิ่งที่ยังคงจำเป็นอยู่เสมอสำหรับทีมที่ประสบความสำเร็จก็คือศูนย์หน้ากระหายเลือดในแบบฉบับเบอร์ 9 สัญชาติญาณการล่าประตูเป็นเลิศ , ยิงคม , จบได้ทุกท่า , ครบเครื่องเรื่องทะลวงตาข่ายทุกรูขุมขน นั่นคือคุณสมบัติดั้งเดิมของศูนย์หน้าเบอร์ 9 ชั้นดีที่เรานึกถึง

โล้นทองคำ โรนัลโด้ , อลัน เชียเรอร์ , เอดิน เชโก้ , คริสเตียน วิเอรี่ , มิโรสลาฟ โคลเซ่ , หลุยส์ ซัวเรซ , แฮร์รี่ เคน , อังเดร เชฟเชนโก้ , เฟร์นานโด ตอร์เรส , ราอูล กอนซาเลซ , เฟร์นานโด มอร์ริเอนเตส นักเตะหล่านี้อาจไม่ได้สวมเสื้อเบอร์ 9 เสมอไป แต่พวกเขาล้วนมีสไตล์ในแบบฉบับของหัวหอกเบอร์ 9 ดั้งเดิม

 

สำหรับวงการฟุตบอลในช่วงราวๆ 10 ปีที่ผ่านมา เราอาจพบกองหน้าเทพในแบบฉบับเบอร์ 9 ได้ไม่มากนัก แต่มันก็มีโคตรแข้งตัวจบสกอร์อยู่ 2 คน ที่ถือได้ว่าโดดเด่นสุดๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แห่ง สวีเดน และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แห่ง โปแลนด์

 

zlatan-and-lewandowski

 

ทั้งคู่ไม่ได้เป็นตัวแทนของชาติยักษ์ใหญ่ แต่ความสามารถและชื่อเสียงของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่คับโลกมาก ชนิดที่ว่าคือตัวแทนของเบอร์ 9 ที่ดีที่สุดในโลกแห่งยุค

ปัจจุบัน ทั้ง 2 คน กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของอาชีพการค้าแข้ง โดยเฉพาะคนที่อายุมากกว่าอย่าง ซลาตัน ที่เผชิญกับอาการบาดเจ็บครั้งใหม่ และอาจต้องโบกมืออำลาผืนหญ้าอย่างเป็นทางการในอีกไม่ช้า

 

คำถามที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเลยก็คือ ระหว่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นั้น ใครคือศูนย์หน้าที่มีความครบเครื่องร้ายกาจกว่ากัน ? วันนี้ เราจะมาลองเทียบกันหมัดต่อหมัด จุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งคู่กันครับ

ในเรื่องทักษะความสามารถ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งคู่คือกองหน้าที่พระเจ้าประทานพรสวรรค์มาให้ตั้งแต่กำเนิด ทั้งคู่เหมือนจิ้งจอกกระหายเลือดที่จะได้กลิ่นคาวของเหยื่ออยู่เสมอ และก็มีความเหี้ยมเกรียมมากพอที่จะไม่ปล่อยให้โอกาสเหล่านั้นหลุดมือไป

 

lewandowski

 

แต่ถ้าจะว่ากันถึงในแง่ของการพังประตูแล้ว เราต้องยอมรับว่า เลวานดี้ นั้นเป็นดาวยิงที่มีสถิติในการกระทุ้งตาข่ายที่เหนือชั้นกว่า อิบรา มาก หรือในอีกแง่หนึ่งก็คือ เขามีความแน่นอนในการจบสกอร์มากกว่า หากเทียบกันตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงโค้งสุดท้าย

นับตั้งแต่ เลวานดอฟสกี้ ย้ายมาอยู่ บุนเดสลีกา ไม่ว่าจะกับ ดอร์ทมุนต์ หรือ บาเยิร์น เขาสถาปนาตัวเองเป็นกองหน้าที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการจบสกอร์ในแบบฉบับเบอร์ 9 มาตลอด เขายิงคมแบบนั้นมาตั้งแต่เริ่มต้น

 

แต่นั่นไม่ใช่กับ อิบราฮิโมวิช เพราะช่วงชีวิตของดาวยิงทีมชาติสวีเดน เมื่อตอนที่อยู่กับ ยูเวนตุส หรือ อินเตอร์ มิลาน นั้น เขายังมีหลุดพลาดง่ายๆ ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะในเวทีใหญ่อย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก ที่หลายๆ คนจะแซวว่า ซลาตัน นั้นจะหายไปจากช่วงเวลาสำคัญของเกมอยู่เสมอ

 

zlatan

 

ความแน่นอนในการจบสกอร์ของ ซลาตัน เริ่มมาเข้าที่เข้าทางตอนเล่นให้ มิลาน , บาร์ซ่า เปแอสเช และทีมอื่นๆ หลังจากนั้นนั่นเอง

หลักฐานทางตัวเลขระบุชัดว่า เลวานดอฟสกี้ มีค่าเฉลี่ยในการพังประตูต่อฤดูกาลในระดับที่เหนือกว่า ซลาตัน มาก โดยเฉพาะสถิติใน บุนเดสลีกา ที่มีเพียงแค่ฤดูกาลแรกกับ ดอร์ทมุนต์ เท่านั้น ที่ เลวาน ยิงได้แค่ 9 ลูก แต่อีก 9 ฤดูกาลหลังจากนั้น เขาคือมือสังหารโหด โดยเฉพาะ 5 ซีซั่นหลังสุด ที่เขายิงทะลุ 40 ลูกรวมทุกราย มาติดต่อกันไม่หยุด

 

นั่นต่างจาก ซลาตัน ที่มียิงทะลุ 40 ลูก ต่อฤดูกาล ไปแค่ 2 ครั้งเท่านั้นในชีวิต นั่นก็คือช่วงที่ค้าแข้งให้ เปแอสเช ที่เคยสังหาร 41 ประตู และ 50 ประตู แถมมันยังเกิดขึ้นในลีก เอิง ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเป็นลีกที่มาตรฐานเป็นรอง 5 ลีกดังอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราหันมาดูในเรื่องของแนวทางการเล่น เราจะพบว่า ซลาตัน นั้นมีความเป็นเบอร์ 9 ผสมกับเบอร์ 10 มากกว่า หรือกล่าวในอีกทางหนึ่งก็คือ หัวหอกจากแดน “ฟรีเซ็กซ์” มีทักษะของการเป็นทั้งตัวจบสกอร์และเพลเมคเกอร์

 

ซลาตัน

 

การจ่ายบอลทำทาง การถอยลงมาล้วงบอลมีส่วนร่วมในการขึ้นเกม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ซลาตัน ยืนอยูในจุดที่เหนือกว่า เลวานดอฟสกี้ เช่นกัน แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดเด่นที่ทำให้ดาวเตะเจ้าของฉายา “พระเจ้า” ดูดีกว่าหัวหอกทีมชาติโปแลนด์ มากที่สุด

สิ่งที่ ซลาตัน ข่ม เลวานดี้ ได้มากที่สุดนั้น เป็นเรื่องของศิลปะในการเล่นฟุตบอล ที่มีจังหวะท่วงทำนองสวยงามหวือหวามากกว่า เราเคยเห็นเขายิงประตูงามหยดย้อยฝากไว้ในความทรงจำของแฟนบอลมากมาย ต่างกับ เลวานดอฟสกี้ ที่ถึงแม้จะมียิงสวยๆ บ้างเช่นกัน แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับผลงานของ ซลาตัน

 

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ เรื่องของคาแร็คเตอร์ ที่ทุกคนคงเห็นด้วยเป็นเอกฉันทร์ว่า ซลาตัน นั้นมีความโดดเด่นและความเป็นผู้นำมากกว่าหลายขุม อิทธิพลของเขาภายในทีมนั้นสูงส่งชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นหัวโจกคุมลูกน้องในทุกๆ ที่ โดยจะเว้นไว้ก็เพียงแต่ตอนอยู่ บาร์ซ่า เท่านั้น

แต่ในความโดดเด่นของ ซลาตัน เรื่องนี้ ในอีกด้านหนึ่งมันก็เป็นดาบ 2 คม ที่สร้างความรู้สึกในแง่ลบให้กับเพื่อนร่วมทีมเช่นกัน เพราะ ซลาตัน นั้นเป็นแข้งที่มีความเย่อหยิ่ง มีความเป็นบอลชายเดี่ยว

เมื่อเราหันกลับมามองที่ เลวานดอฟสกี้ อีกรอบ เราจะเห็นได้ว่า เลวานดี้ ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีความเป็นผู้นำในทีม บาเยิร์น  สูงมากขนาดนั้น แต่เขามีทักษะและความพร้อมที่จะเล่นฟุตบอลแบบทีมเวิร์คมากกว่าดาวยิงสวีดิช

 

lewandowski1

 

ถึงตรงจุดนี้ หลายๆ คนอาจจะเถียงว่า องค์ประกอบของ บาเยิร์น ของ เลวานดอฟสกี้ เมื่อเทียบกับ เปแอสเช หรือ มิลาน ในยุคที่ ซลาตัน อยู่ มันมีคุณภาพของเพื่อนร่วมทีมที่แตกต่างกันพอสมควร ซึ่งนั่นก็ทำให้ เลวาน สามารถเชื่อใจฝากฝังเพื่อนร่วมทีมได้มากกว่า ต่างกับ ซลาตัน ที่มองซ้ายมองขวาก็หาคนเชื่อใจได้น้อยนิดเต็มที

อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งในจุดนี้อาจต้องถูกตีตกลงไป โดยมีหลักฐานจากผลงานในยามเล่นทีมชาติ ที่ทั้ง สวีเดน และ โปแลนด์ ต่างก็มีขุมกำลังรวมๆ ในระดับที่แทบจะเท่าๆ กัน แต่ ซลาตัน ก็ยังเน้นตัวเองเป็นศูนย์กลาง เน้นบอลชายเดี่ยว ขณะที่ เลวานดอฟสกี้ ยังให้ความสำคัญกับทีมเวิร์คอยู่

 

ไม่ใช่แค่ในรั้วทีมชาติเท่านั้น แต่ถ้าจะให้เราเจาะลงไปในทีม เปแอสเช จริงๆ แล้ว พวกเขาก็มีแข้งคุณภาพอยู่มากมายหลายช่วง แต่ทีมเวิร์คของพวกเขาก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นจากอิทธิพลและสไตล์ของ ซลาตัน ที่มันเป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

ทั้งหมดคือจุดแข็งจุดอ่อนที่เราลองหยิบเอามาตีแผ่กันคร่าวๆ ซึ่งถ้าจะให้เราตัดสินกันจริงๆ จากมาตรฐานการเป็นกองหน้าเบอร์ 9 แบบดั้งเดิมแล้วล่ะก็…….

 

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้1

 

เราอาจต้องยกให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดของนิยามนี้ แต่หัวหอกตามแบบฉบับเบอร์ 9 ของแข้งโปล ก็อาจทำหลายๆ อย่างไม่ได้ในแบบที่ ซลาตัน ทำเช่นกัน หากความหมายของการเป็นเบอร์ 9 จอมถล่มประตูแท้ๆ คือคนที่ยิงได้อย่างสม่ำเสมอ มากมายมหาศาล โดดเด่นที่การจบสกอร์เพียวๆ เลวานดอฟสกี้ อาจชนะ ซลาตัน ไปได้ในเวทีนี้ แต่หากลองไปสู้กันในเวทีอื่นๆ มันก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะแพ้ อิบรา ได้เกือบทั้งหมดครับ

 

ข่าวกีฬา อื่นๆที่คุณอาจสนใจ